Page 245 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 245
โบราณคดีอินเดีย | 237
ท า นาใน ัยค ตะ-ห ังค ตะ
จากบันทึกการเดินทางของหลวงจีนที่เดินทางเข้ามาสืบพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย ซึ่ง
19
มีจํานวนนับร้อย แต่ที่มีชื่อเสียงมีอยู่ 3 องค์ได้แก่
- ฟาเหียน (Fa-Hien, Fa-Hian, Fah-hian, Fahsien) เข้ามาในสมัยของพระเจ้า
จันทรคุปต์ที่ 2 แห่งราชวงศ์คุปตะ (พุทธศตวรรษที่ 10)
- เหี้ยนจังหรือยวนฉ่าง (Hiuen-Tsang, Hieun-Tsiang, Yuan-Chwang, Hsuan-
Tsang, Hiouen-Thsang, Hiuen-Thsan) (เดินทางเข้ามาในช่วงป พ.ศ. 1173–1187) ตรงกับสมัย
พระเจ้าหรรษวรรธนะ (พ.ศ.1149–1190)
- อี้จิง (I-tsing) (พ.ศ. 1214–1238) เดินทางเข้ามาในอินเดียราวต้นพุทธศตวรรษที่
13 ได้เข้าไปศึกษาในมหาวิทยาลัยนาลันทา ซึ่งขณะนั้นได้กลายเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนามหายาน
ที่รุ่งเรืองมาก
บันทึกดังกล่าวได้บอกเล่าให้เราทราบว่า ในสมัยคุปตะ-หลังคุปตะพุทธศาสนาในอินเดีย
เฟ องฟูมาก ดังตัวอย่างเช่น จากบันทึกของหลวงจีนฟาเหียน แสดงให้เห็นว่าในสมัยของพระเจ้าจันทร-
คุปต์ที่ 2 นั้นพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง ในอินเดียเหนือจากแม่น้ําสินธุถึงเมืองมถุราบน ั งแม่น้ํายมุนา
มีสัง ารามหลายแห่ง ในเมืองปา ลีบุตรมีอารามเนื่องในลัทธิหินยานและมหายาน รอบ ๆ เมืองมถุรา
มีอาราม 20 แห่งมีพระสง ์ 3,000 รูป ฟาเหียนยังแสดงให้เห็นสภาพสังคมในสมัยนั้นด้วยว่าไม่มีการ
20
่าสิ่งมีชีวิต ไม่มีการดื่มสุรา และไม่มีร้านขายเนื้อสัตว์
บันทึกของหลวงจีนยวนฉ่าง หรือพระถังซําจั ง ผู้ซึ่งมีบทบาทสําคัญต่อพุทธศาสนาใน
อินเดียโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยของพระเจ้าหรรษวรรธนะ ในบันทึกกล่าวถึงผู้ปกครองในราชวงศ์คุป-
ตะหลายองค์ที่ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์พุทธศาสนา พุทธศาสนาในช่วงนี้เจริญทั้งหินยานและมหายาน
(แต่มหายานมีมากกว่า) ศูนย์กลางพุทธศาสนาที่สําคัญได้แก่ ปา ลีบุตร มถุรา สารนาถ โพธิคยา และ
นาลันทา ในช่วงนี้มีการเขียนวรรณกรรมทางศาสนาภาษาสันสกฤตขึ้นมากมาย ในช่วงพุทธศตวรรษที่
9-11 และด้วยการที่ชาวจีนได้ให้ความสนใจในการแปลคัมภีร์เหล่านี้ ทําให้วรรณกรรมทางพุทธศาสนา
แพร่หลายไปอย่างกว้างขวาง
19
Hazra, Kanai ,Lal, Buddhism in India as Described by the Chinese Pilgrims AD 399-689 (New Delhi: Munshiram
Monoharlal, 1983), p.1.
20 Hazra : pp.82-83.

