Page 250 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 250
โบราณคดีอินเดีย | 242
นิกาย ายใต้ แบ่งออกเป็น 2 นิกายใหญ่ คือ
- นิกายสรรวาสติวาท หรือไวภาษิกะ (สัพพัตถิกวาทิน)
- นิกายเสาตรานติกะ (สังกรานติวาทิน)
2. นิกาย หา ัง ิกะ (อาจาริยวาท) ‘คําสั่งสอนของอาจารย์’ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า
นิกาย ายเหนือ แยกออกมาในคราวสังคายนาครั้งที่ 2 โดยลดหย่อนพระวินัย 10 ประการมีการ
เปลี่ยนแปลง แต่งเติมพระสูตรและพระวินัยขึ้นมากมาย เขียนคัมภีร์เป็นภาษาสันสกฤต
แยกออกมาจากเถรวาทินในคราวสังคายนาครั้งที่ 2 ประมาณ พ.ศ. 2002 ซึ่งเกิดขึ้นที่
วาลุการาม นครไพศาลี โดยมีพระเจ้ากาลาโศกราชทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ พระภิกษุวัชชีบุตร ได้แสดงข้อ
ป ิบัติ 10 ประการผิดจากพระธรรมวินัย เมื่อไม่ได้รับการยอมรับ จึงแยกออกไปทําสังคายนาอีกที่
เมืองปา ลีบุตร เรียกว่า มหาสังคีติ และตั้งนิกายมหาสัง ิกะขึ้น นิกายนี้ก่อตัวในแคว้นมคธและตั้งมั่น
อยู่ที่กรุงปา ลีบุตรและเวสาลี แล้วแผ่ขยายออกไปยังดินแดนต่าง ๆ ทางเหนือและใต้ เจริญมากใน
สมัยคุปตะ และรุ่งเรืองถึงสมัยปาละ
คัมภีร์ของนิกายนี้เรียกว่า อาจาริยวาท เขียนเป็นภาษาสันสกฤตผสมปรากฤต แบ่ง
24
ออกเป็น 5 ภาค คือ
- พระสูตร
- พระวินัย
- พระอภิธรรม
- ธารณี
- ปกิณกะ
หลังจากนั้นแตกออกเป็นนิกายย่อยหลายนิกาย ที่สําคัญคือ โลกุตตรวาท ไจตยิกะ
และไศละ
หลักคําสอนและปรัชญาของนิกาย มีหลักธรรมที่สําคัญเช่นเดียวกับเถรวาท แต่ถือว่า
พระพุทธเจ้าไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แต่เป็นโลกุตตระ มีการนับถือพระโพธิสัตว์
นิกาย ายเหนือ แยกเป็น 2 นิกายใหญ่ คือ
า ย ิกะหร อ นยวาทิน ถือทางสายกลางเป็นหลัก
หลักคําสอน สอนเรื่องศูนยตา (ความว่างเปล่า) คือ ความเป็นกลางระหว่างความ
มี และไม่มี จึงได้ชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า ศูนยวาท ถือเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดแบบมหายาน
สํานักมาธยมิกะก่อตั้งขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 6 (ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 1)
และค่อย ๆ เสื่อมและสูญหายไปจากอินเดียราวพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นที่นิยมในจีน-ญี่ปุ น
24 ผาสุข อินทราวุธ, พุทธศาสนาและประติมานวิทยา, หน้า 42.

