Page 150 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 150
142
ต1อมาในสมัยของ “พระเจ/าตริสองเดซัน” ซึ่งครองราชยLในช1วง ค.ศ. 755-797 กองทัพธิเบตเข/า
ยึดครองนครฉางอัน เมืองหลวงของราชวงศLถัง นอกจากนี้ยังทรงแผ1ขยายอำนาจลงมาถึงแคว/นเบงกอล
และพิหารของอินเดีย พระเจ/าตริสองเดซันทรงมีบทบาทในการปูพื้นฐานให/แก1พุทธศาสนาอย1างแท/จริง
พระองคLทรงนิมนตL “ศานตรักษิต” ภิกษุจากอินเดียมาเผยแผ1พุทธศาสนา แต1เพื่อให/สอดคล/องกับ
“ศาสนาบอน” ซึ่งเป`นศาสนาพื้นฐานของธิเบตที่เชื่อในอำนาจของภูติผีปÖศาจ จึงมีการเชิญ “อาจารยL
ปùทมสัมภวะ” อาจารยLที่มีความชำนาญทางตันตระเข/ามาด/วย นอกจากนี้พระเจ/าตริสองเดซันยังได/
นิมนตLพระนิกายสรรวาสติวาทมา 12 องคL มีการคัดเลือกกุลบุตร ธิเบตเพื่อบรรพชาอุปสมบท 5 คนโดย
มีท1าน “ศานตรักษิต”เป`นอุปùชฌายL (ฉัตรสุมาลยL กบิลสิงหL ษัฏเสน, 2554: 24)
ธิเบตเข/าครอบครองเตอเกสถาน (Turkestan) โดยเฉพาะอย1างยิ่งดินแดนที่พุทธศาสนารุ1งเรือง
เช1นที่โขตาน (Khotan) กุฉา (Kucha) และ ตุนฮวง (Tun-huang) ในปÖ ค.ศ. 831 อำนาจทางการเมือง
ของธิเบตเสื่อมลง สูญเสียตุนฮวง (Tun-huang) ให/กับชาวอุยกูรL (the Uighurs) แต1หลักฐานประเภท
จารึก (ค.ศ. 894) ที่พบที่ตุนฮวงแสดงให/เห็นว1า แม/ว1าธิเบตจะสูญเสียอำนาจไปจากดินแดนนี้ตั้งแต1กลาง
คริสตศตวรรษที่ 9 แต1การติดต1อแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมยังคงมีอยู1ต1อมาอีกยาวนาน จารึกระบุปÖ ค.ศ.
894 กล1าวถึงพระสงฆLจากตุนฮวงเดินทางไปยังราชสำนักธิเบต ในขณะเดียวกันก็ได/พบจารึกการอุทิศ
ของชาวธิเบตบนกำแพงวัด Endere, Sir Aurel Stein ได/พบคัมภีรLภาษาธิเบตจำนวนมากในถ้ำที่
ตุนฮวง
พุทธศาสนาในธิเบตปùจจุบัน ที่เรียกว1า ลัทธิลามะ (Lamaism) มีรากฐานมาจากพุทธศาสนา
แบบตันตระ (เหวัชระ-ตันตระ) แม/ว1าจะรับมาจากอินเดีย แต1ก็ได/รับการผสมผสานแนวคิดแบบธิเบต
หรือความเชื่อดั้งเดิม คือ ลัทธิบอน จนมีลักษณะเฉพาะเป`นของตนเอง คำว1า “ลามะ” มาจากภาษา
ธิเบต “พลามะ” (Blama) แปลว1า “ผู/ประเสริฐ”
ในสมัยพระเจ/ารัลปจัน ค.ศ. 866 (พ.ศ. 1409) มีการแปลคัมภีรLและอรรถกถาของนาคารชุน
อารยเทพ และวสุพันธุ และสร/างวัดในลัทธิลามะขึ้นมากมาย ค.ศ. 975 (พ.ศ. 1518) ภิกษุชาวอินเดีย
นาม “อติศะ” ได/เข/ามาปรับปรุงนิกายลามะ ก1อตั้งนิกายกดัมปะ ค.ศ. 1206 (พ.ศ. 1749) พระเจ/า
เจงกีสข1านมาตีธิเบตได/ และคริสตศตวรรษที่ 13 (พุทธศตวรรษที่ 18) ลัทธิลามะเจริญรุ1งเรืองมาก
โดยได/รับการอุปถัมภLจากพระเจ/ากุบไลข1าน จักรพรรดิมองโกลที่ปกครองประเทศจีน (ต/นราชวงศLหยวน)
ในสมัยพระเจ/ากุบไลข1านมีการประทานอำนาจให/ลามะเป`นผู/ปกครองธิเบตและต/องทำพิธี
ราชาภิเษกให/แก1พระเจ/าแผ1นดินจีน ซึ่งต1อมาเรียกกษัตริยLที่ปกครองธิเบตว1า “ทไล หรือ ตะเล” (ภาษา
ตาด) แปลว1า “กว/างขวางดั่งทะเล” (ผาสุข อินทราวุธ, 2543: 46) จน ค.ศ. 1407 (พ.ศ. 1950)
นิกายกดัมปะเดิม แยกออกเป`น 2 นิกายคือ นิกาย(หมวก)แดง นับถือคุรุปùทมสัมภวะเป`นปรมาจารยLสงฆL
และนิกาย(หมวก) เหลือง

