Page 251 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 251

243






                     ในบรรณาลัย) ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธAกันระหว3างพระไภษัชยคุรุและพระวัชรปาณีทรงครุฑ แต3เหตุใด

                     จึงตEองประดิษฐานรูปเคารพพระวัชรปาณีทรงครุฑไวEในอาโรคยศาลา รูปเคารพเหล3านี้มีความสัมพันธAกัน

                     อย3างไร


                            วัชรปาณีในพุทธศาสนาวัชรยานตันตระ

                            ในคติพุทธศาสนาหินยาน วัชรปาณี ปรากฎกายเปRนบริวารของพระพุทธองคA (วัชรปาณี =
                     ผูEคุEมครองพุทธศาสนา) และมีความสัมพันธAกับพระอินทรA (ต3างก็มีสายฟ¶าเปRนอาวุธ) (วัชรปาณี =

                     พระอินทรA)
                            ในประติมานวิทยาของพุทธศาสนานิกายวัชรยานตันตระ วัชรปาณี เปRนหนึ่งในพระโพธิสัตวA 8

                     องคA (อัษฏมหาโพธิสัตวA) เปRนพระโพธิสัตวAที่มีอำนาจมากที่สุดในวัชรยานโดยเปRนหัวหนEาสกุลวัชระของ

                     พระธยานิพุทธอักโษภยะ (ซึ่งพระไภษัชยคุรุก็อยู3ในตระกูลเดียวกันนี้) ดEวยเหตุนี้ วัชรปาณีจึงมีกาย
                     (วรรณะ) สีน้ำเงิน เช3นเดียวกับไภษัชยคุรุ สัญลักษณAของวัชรปาณี คือ กระดิ่งและวัชระ การที่วัชรปาณีมี

                     กายสีน้ำเงิน (ฟ¶า) นั้น ประติมานวิทยาของธิเบตกล3าวว3าสัมพันธAกับเรื่องเล3าเกี่ยวกับ การกวน
                     เกษียณสมุทรตามแนวทางพุทธศาสนาที่เล3าว3า เมื่อทำการกวนเกษียรสมุทรจนไดEน้ำอมฤตแลEว พระพุทธ

                     องคAทรงฝากน้ำอมฤตไวEกับวัชรปาณี แต3ก็ถูก “ราหู” แย3งไป เมื่อไดEคืนมาแลEววัชรปาณีจึงถูกพระพุทธ

                     องคAลงโทษโดยใหEดื่มน้ำอมฤต ซึ่งมียาพิษ ( หาลาหล - halahala) ผสมอยู3 จึงทำใหEวัชรปาณีมีกายสี
                     น้ำเงิน (Donaldson, 2001: 215)



                            ความสัมพันธJของวัชรปาณีกับครุฑ (Vajrapani = Garuda) ที่มาของวัชรปาณีทรงครุฑ
                            วัชรปาณี = ครุฑ = ผูEคุEมครองพุทธศาสนา มีหนEาที่ปกป¶องคุEมครอง นาค (คนพื้นเมือง)

                            ตามเรื่องเล3าหรือเทพนิยายในพุทธศาสนากล3าวว3า พระพุทธองคAทรงขอใหEวัชรปาณีคอยปกป¶อง
                     นาค (ซึ่งเปRนผูEควบคุมฟ¶าฝน) จากการทำรEายของพวกครุฑ (ดังนั้นวัชรปาณีจึงไดEรับยกย3องว3าเปRนเทพ

                     แห3งฝนดEวย) ตำนานหรือเรื่องเล3าในพุทธศาสนาดังกล3าวเล3าว3า  พระพุทธองคAทรงตรัสขอพระโพธิสัตวA

                     วัชรปาณี (บริวารของพระพุทธองคAมีหนEาที่คุEมครองพุทธศาสนา) ใหEคุEมครองนาคที่มาฟgงธรรมะของ
                     พระพุทธองคA ทำใหEพระวัชรปาณีตEองแปลงร3างเปRนครุฑ (โดยมีเศียร ปlก และกรงเล็บเปRนครุฑ) เพื่อต3อสูE

                     กับครุฑที่มารบกวนนาค (Donaldson : 2001, 214) ทางมานุษยวิทยาตีความว3า นาคในที่นี้เปRนตัวแทน
                     ของลัทธิการบูชาบรรพบุรุษของคนพื้นเมืองซึ่งเปลี่ยนมานับถือพุทธศาสนา เปRนเรื่องเล3าที่แสดงใหEเห็น

                     ถึงคนพื้นเมือง (ที่เปรียบกับนาค) ไดEรับการปกปgกษAคุEมครองเมื่อเขEามาอยู3ภายใตEร3มเงาของพุทธศาสนา

                     (Sharrock 2009,  ‘Garuda, Vajrapani and religious change in Jayavarman VII’s Angkor’
                     Journal of Southeast Asian Studies,40 (1) pp.111-151) อEางถึงใน Sharrock, 2015 : 51)
   246   247   248   249   250   251   252   253   254   255   256