Page 247 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 247
239
ที่น3าสังเกต คือ แผ3นทองดุนจากศรีเทพ ปรากฎภาพของ”กระต3ายปüา” สัญลักษณAของ
พระจันทรA คลEายคลึงกับที่พบในประติมานวิทยาของจีนและแถบเอเชียตะวันออก ซึ่งพระอาทิตยAและ
พระจันทรAนอกจากเปRนบริวารของพระพุทธองคAแลEวยังปรากฎเปRนบริวารของพระโพธิสัตวAดEวย เช3น
พระโพธิสัตวAอวโลกิเตศวร และ พระโพธิสัตวAมัญชูศรี
พระโพธิสัตวJอวโลกิเตศวร 4 กรประทับยืน
ภายในอาโรคยศาลาไดEพบประติมากรมพระโพธิสัตวAอวโลกิเตศวร 4 กรประทับยืน มีขนาด
ความสูงประมาณ 110 เซนติเมตร ฐานกวEางประมาณ 25x25 เซนติเมตร พระกรทั้งสี่ถือ ดอกบัว
(ขวาล3าง) กมัณฑลุ (ซEายล3าง) อักษมาลา (ขวาบน) และ ปุสตกะ (ซEายบน) สันนิษฐานว3าเดิมน3าจะ
ประดิษฐานอยู3ภายในคูหากลางของโคปุระ
พระโพธิสัตวAอวโลกิเตศวรไดEรับการนับถือในประเทศกัมพูชามาตั้งแต3สมัยก3อนเมืองพระนคร
แต3รูปพระโพธิสัตวAอวโลกิเตศวรที่เก3าที่สุดก็ไม3เก3าไปกว3า พ.ศ. 1250 (ผาสุข อินทราวุธ, 2543: 277)
สำหรับในสมัยเมืองพระนคร รูปเคารพของพระองคAปรากฎมากในศิลปะแบบนครวัด (พ.ศ. 1650-1720)
และในศิลปะแบบบายน (พ.ศ. 1720-1780) มีตั้งแต3 4 -32 กร รูปแบบหนึ่งที่เปRนที่นิยมคือ พระโพธิสัตวA
อวโลกิเตศวรเปล3งรัศมี ซึ่งมีทั้งรูปแบบที่คลEายคลึงกับปgทมปาณีเปล3งรัศมีแบบธิเบต และเนปาล
และแบบที่เปRนเอกลักษณAของเขมรเอง
พระโพธิสัตวAอวโลกิเตศวร จากปราสาทนางรำ (ซEาย) และกู3โพนระฆัง
ที่ปราสาทบันทายฉมารA พุทธสถานสำคัญที่ไดEพบรูปเคารพพระไภษัชยคุรุขนาดใหญ3 ก็ปรากฎ
ภาพสลักนูนต่ำพระโพธิสัตวAอวโลกิเตศวร 8 กร ส3วนในอาโรคยศาลา ไดEพบรูปเคารพของพระโพธิสัตวA
อวโลกิเตศวรหลายแห3ง โดยเฉพาะอาโรคยศาลาในประเทศไทย เช3นที่ปราสาทนางรำ อ.ประทาย

