Page 244 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 244

236






                            นอกจากที่ปราสาทบันทายฉมารAแลEว Woodward ยังไดEกล3าวถึงรูปเคารพลักษณะดังกล3าว

                     อีก 2 องคA (องคAแรกอยู3ในคลัง อีกองคAหนึ่งไม3มีเศียรอยู3ที่วิหารทางตะวันออกของโรงพยาบาล แห3งเมือง

                     นครธม) โรงพยาบาลหลังหนึ่งไม3มีชื่อ อยู3ทางตะวันตกของตาแกEว พบรูปเคารพลักษณะนี้ (และเปRนหนึ่ง
                     ใน 4 หลังที่ตั้งอยู3ตามทิศหลักทั้งสี่ของนครธมจะเปRนหลังเดียวกันหรือไม3?)

                            ดังนั้นหากพิจารณารูปเคารพ 3 องคAบนฐานเดียวกันตามตัวอย3างที่ Woodward ยกมา

                     อาจตีความไดEว3า องคAกลางคือ พระไภษัชยคุรุ ขนาบขEางดEวยพระโพธิสัตวAบริวาร 2 องคA คือ พระสุริยไว
                     โรจนะ และ จันทรไวโรจนะ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะแบบเขมร (คือมีลักษณะแตกต3างจากประติมานวิทยา

                     ของไภษัชยคุรุและโพธิสัตวAบริวารของศิลปะสกุลอื่น เช3น ศิลปะจีน – ดูในส3วนของจีน)


                     สรุปลักษณะทางประติมานวิทยาของพระไภษัชยคุรุแบบเขมร

                            หากเราพิจารณาตามที่ Woodward และ Sharrock เสนอมา ประกอบกับหลักฐานโบราณคดี
                     ที่พบในประเทศไทย ค3อนขEางชัดเจนว3ารูปเคารพทั้งสามที่กล3าวมา น3าจะหมายถึงพระไภษัชยคุรุ –

                     พระพุทธเจEาแพทยA และพระโพธิสัตวAบริวาร 2 องคA คือ สุริยไวโรจนะ และ จันทรไวโรจนะ ตามที่มีการ
                     กล3าวถึงในจารึก

                            ดังนั้นจึงอาจสรุปลักษณะทางประติมานวิทยาของรุปเคารพกลุ3ม 3 องคAดังกล3าวไดE ดังนี้

                            1.  พระไภษัชยคุรุ
                            พระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิราบ พระหัตถAขวาถือวัชระ วางอยู3บนพระหัตถAซEายที่ถือกระดิ่ง

                     บริเวณพระอุระหรือพระนาภี (หนEาทEอง) ซึ่งลักษณะเช3นนี้คลEายคลึงกับลักษณะทางประติมานวิทยาของ

                     “วัชรธร” เพียงแต3พระหัตถAทั้งสองไม3ไดEอยู3ในลักษณะไขวEกันที่หนEาอกหากแต3วางซEอนกัน แต3เหตุใด
                     เขมรจึงนำลักษณะของ “วัชรธร” มาใชEกับ “ไภษัชยคุรุ” ทั้งสองมีความสัมพันธAกันอย3างไรหรือไม3 ?

                     ซึ่งไม3น3าจะเปRนเรื่องบังเอิญ (จะไดEนำมาตีความในภาพรวมต3อไป)


                            2.  พระโพธิสัตวJบริวาร

                            พระโพธิสัตวAสุริยไวโรจนะและพระโพธิสัตวAจันทรไวโรจนะ – บุตรแห3งพระชินะ นักรบผูEทำลาย
                     ซึ่งโรครEาย ตามที่ปรากฎในจารึกโรงพยาบาล ค.ศ. 1186 ว3า “กษัตริยAทรงสรEางโรงพยาบาล และ

                     “สุคตาลัย” ศาสนสถานประจำโรงพยาบาล, รูปเคารพของพระพุทธเจEาไภษัชยคุรุ และสรEาง “นักรบ
                     ผูEทำลายซึ่งโรครEาย 2 องคA คือสุริยและจันทรประภา บุตรแห3งพระชินะ”

                            ลักษณะทางประติมานวิทยาปรากฏเปRนประติมากรรมบุรุษทรงเครื่อง สวมมงกุฎประทับ

                     นั่งขัดสมาธิราบ มือทั้งสองขEางถือ (ประคอง) วัตถุคลEายหมEอน้ำ หรือหมEอยาทรงกระบอก ในลักษณะที่
                     คลEายคลึงกับรูปเคารพตรงกลาง แต3มือทั้งสองถือของเพียงสิ่งเดียว หมEอดังกล3าวอาจบรรจุชาด ? หรือ

                     ปรอทแดง (cinnabar or red mercury) ซึ่งหมายถึง ‘hingula’ ที่ระบุไวEในจารึกปราสาทตาพรหม
   239   240   241   242   243   244   245   246   247   248   249