Page 245 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 245
237
ซึ่งนักวิชาการกล3าวว3าในเขมรโบราณ มีสรรพคุณทางยา การเล3นแร3แปรธาตุ และโลหวิทยา (Chhem,
2005: 11)
ซินนาบารA หรือ cinnabarite, mercury sulfide แดงชาด ธรรมชาติ เปRนสินแร3ปรอทที่พบไดE
ทั่วไป แร3ชนิดนี้ในตำรายาโบราณเรียก ชาดจอแส ใชEสงบประสาทและถอนพิษ ส3วนชาดที่ไดEจาก
เมอคิวรีซัลไฟตAสังเคราะหAเรียก ชาดหรคุณจีน (ชยันตA พิเชียรสุนทร, 2556: 48)
รูปเคารพในลักษณะเช3นนี้พบหลายองคAในประเทศไทย เช3น ที่กู3คันธนาม จ.รEอยเอ็ด, ปรางคA
บEานปรางคA จ.นครราชสีมา และปราสาทบEานสมอ จ. ศรีสะเกษ และศาสนสถานบางแห3งพบรูปเคารพ
ลักษณะนี้ครบทั้ง 2 องคA และพบร3วมกับประติมากรรมที่มีลักษณะของ “พระไภษัชยคุรุ” ตามที่กล3าวมา
ขEางบนดEวย
จากที่กล3าวมาแสดงใหEเห็นว3า ลักษณะทางประติมานวิทยาของรูปเคารพในแต3ละทEองถิ่น อาจมี
ความแตกต3างกัน บางครั้งคติความเชื่ออาจไม3ไดEมาพรEอมกับลักษณะทางประติมานวิทยาอย3างครบถEวน
เสมอไป เมื่อนำคติความเชื่อและลักษณะทางประติมานวิทยาหลักที่เปRนตEนแบบ มาผสมผสานกับความ
เชื่อและการบูชาเทพ-เทวดาทEองถิ่น (ที่มีลักษณะเฉพาะตัว) อาจทำใหEความเชื่อและลักษณะทาง
ประติมานวิทยามีลักษณะเฉพาะถิ่นแตกต3างไปจากรูปแบบเดิม
อนึ่งคติความเชื่อเกี่ยวกับพระอาทิตยAและพระจันทรA แมEจะมีมาแลEวในอินเดียโบราณ ตั้งแต3สมัย
พระเวท แต3ก็ไม3พบว3าเปRนที่นิยมในการสรEางเปRนรูปเคารพเดี่ยว (ยกเวEนสุริยเทพ) แต3จะพบว3าเปRน 2 ใน
9 ในกลุ3มของเทวดานพเคราะหA ส3วนความนิยมในการทำเปRนเทพบริวารโดยปรากฎเปRนเทพคู3ขนาบขEาง
เทพหลัก เปRนความนิยมแพร3หลายแถบเอเชียกลาง และเอเชียตะวันออก (ดูในบทที่ 3 ในส3วนคัมภีรAที่
เกี่ยวขEอง)
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใตE รูปเคารพพระอาทิตยA-พระจันทรAในฐานะเทพบริวารที่อยู3ขนาบขEาง
เทพหลัก (ในพุทธศาสนา) (ทั้งในลักษณะที่เปRนสัญลักษณAและ/หรือลักษณะรูปบุคคล) ชิ้นหนึ่งที่มีอายุ
เก3าสุดปรากฎในภาพสลักหินจากศรีเกษตร อายุราวคริสตศตวรรษที่ 5-6 โดยอยู3ประกอบสองขEางของ
สถูปที่บนยอดมีฉัตรประกอบ (แสดงถึงพระพุทธองคA) พระจันทรAปรากฎในรูปของพระจันทรAเสี้ยวอยู3
ภายในวงกลม ส3วนพระอาทิตยAปรากฎเปRนวงกลม บางแห3งปรากฎเปRนแผ3นวงกลมมีแสงกระจายออกมา
โดยรอบ (Guy, 2014)

