Page 257 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 257
249
วัชรธร / วัชรสัตวJ
วัชรสัตวJ – ในเขมรไดEรับการนับถือว3าเปRนพระอาทิพุทธ หรือพระธยานิพุทธเจEาองคAที่ 6 ใน
คัมภีรAคุหยสมาชตันตระ กล3าวว3า พระองคAเปRนพระพุทธเจEาสูงสุด และเปRนผูEใหEกำเนิดพระธยานิพุทธเจEา
ทั้ง 5 พระองคA ในเขมรรูปสำริดวัชรสัตวA ปรากฎขึ้นครั้งแรกราว คริสตศตวรรษที่ 11 แพร3หลายในเขมร
สมัยนครวัด-บายน
นักวิชาการหลายท3านมีความเห็นสอดคลEองกันว3า ปราสาทที่มีส3วนยอดเปRนรูปหนEาบุคคล
(Face tower) ในสมัยบายนอาจหมายถึง วัชรสัตวA และอาจไดEรับอิทธิพลจากเนปาล คือ สวยัมภูเจดียA
(หรือมีแนวคิดที่มีที่มาจากแหล3งเดียวกัน คือพิหาร – เบงกอล แต3รูปแบบดังกล3าวก็ไม3พบในแถบเบงกอล
ตะวันออกหรือบังคลาเทศ (เช3น วิกรมศิลา ในช3วงคริสตAศตวรรษที่ 12) (ดูเพิ่มเติมในบทวิเคราะหA)
จารึกซับบาก (K. 1158) พบที่หมู3บEานซับบาก 40 กิโลเมตรทางตะวันตกเฉียงใตEของเมืองพิมาย
จารึกระบุ ค.ศ. 1066 ในช3วงปลายรัชกาลพระเจEาอุทัยทิตยวรมันที่ 2 (ค.ศ. 1050-1066) มีการกล3าว
สรรเสริญพระวัชรสัตวA และกล3าวถึงเมือง ฉปารรันสี (Chparransi) เมืองนี้น3าจะเปRนเมืองสำคัญใน
อาณาจักรขอมเนื่องจากปรากฎในจารึกเขมร (ในช3วง ค.ศ. 924 – 1190) ถึง 14 ครั้ง และน3าจะเปRน
ศูนยAกลางสำคัญของพุทธตันตระในอาณาจักรเขมรในขณะนั้น (Conti, 2014: 382)
1. 2.
1. วัชรสัตวAสำริดจาก Barong Lovea จังหวัด Kandal นับเปRนประติมากรรมสำริดวัชรสัตวAที่มีอายุเก3าสุด
ชิ้นหนึ่ง (คริสตศตวรรษที่ 11 ? ) จากลักษณะของวัชระในมือขวาที่วางแนบอกมีลักษณะคลEายกับที่พบ
ในวัชรสัตวAสำริดในพิพิธภัณฑAเมืองสารนาถ (คริสตศตวรรษที่ 7-8) (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน Sharrock,
2011: 493-496)
2. วัชรสัตวAพบที่สระสรง (Sras Srang) มีรูปแบบศิลปะคลEายประติมากรรมสำริดศิลปะปาละ
คริสตศตวรรษที่ 11 (Bunker, 2011: 265, 267)

