Page 261 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 261
253
ส3วนคำถามที่ยังสงสัยกันอยู3ว3า เขมรรับความเชื่อเกี่ยวกับพระพุทธเจEาแพทยAที่นิยมอยู3ในสมัย
พระเจEาชัยวรมันที่ 7 นี้มาจากที่ใด เนื่องจากไม3ปรากฎร3องรอยเหลืออยู3ในอินเดียภาคตะวันออก /
ตะวันออกเฉียงเหนือ ในช3วงเวลาดังกล3าวที่รับคัมภีรAที่กล3าวถึงขEางตEน จะไดEกล3าวถึงต3อไป
สรุปคติความเชื่อและประติมานวิทยาของพระไภษัชยคุรุในเอเชียตะวันออกเฉียงใตb
ที่กล3าวมาทั้งหมดในบทนี้ จะเห็นไดEว3าการนับถือพระพุทธเจEาแพทยAในเอเชียตะวันออกเฉียงใตE
(ก3อนพุทธศตวรรษที่ 19) ปรากฎแพร3หลายอยู3เฉพาะในวัฒนธรรมเขมรเท3านั้น ดังปรากฎหลักฐานทั้งใน
ดินแดนของประเทศกัมพูชาและวัฒนธรรมเขมรในประเทศไทย แต3หลักฐานโบราณคดีที่ยังคงเหลืออยู3
และไดEรับการศึกษาแลEวนั้นเปRนหลักฐานที่อยู3ในประเทศไทยเปRนส3วนใหญ3 ซึ่งหลักฐานที่พบในประเทศ
ไทย (และไดEรับการศึกษาอย3างกวEางขวางจริงจัง) ช3วยทำใหEเรื่องราวเกี่ยวกับ “อาโรคยศาลา” ในสมัย
พระเจEาชัยวรมันที่ 7 คลี่คลายไดEเปRนอย3างมาก โดยเฉพาะอย3างยิ่งหลักฐานที่ไดEจากการขุดคEน-ขุดแต3ง
“อาโรคยศาลา” ที่ยังคงเหลืออยู3ในประเทศไทย ตามที่ไดEกล3าวมา
วัชรยานกับความเชื่อเรื่องพระพุทธเจbาแพทยJ – ไภษัชยคุรุในเขมร
จากที่ไดEกล3าวถึงหลักฐานต3าง ๆ เกี่ยวกับการนับถือไภษัชยคุรุในวัฒนธรรมเขมร (ทั้งในประเทศ
กัมพูชาและประเทศไทย) จะเห็นไดEค3อนขEางชัดเจนว3า คติการนับถือพระไภษัชยคุรุมีความสัมพันธAกับ
พุทธศาสนานิกายวัชรยานตันตระ ซึ่งนิกายนี้เขEามาสู3ดินแดนแถบนี้ตั้งแต3สมัยก3อนเมืองพระนคร (สมัย
เจนละ) ดังที่ปรากฏในขEอเขียนของ Lin ว3า “ในปl ค.ศ. 663 ปุณโยทยะ (Punyodaya) (ปุญโญทยะ
พระสงฆAชาวอินเดีย เขEามาศึกษาเกี่ยวกับสมุนไพรในเขมรตั้งแต3สมัยเจนละ โดยคำเชื้อเชิญของกษัตริยA
เจนละ ใหEเขEามาศึกษาเกี่ยวกับสมุนไพรในเขมร ซึ่งท3านไดEนำความรูEเกี่ยวกับวัชรยานตันตระเขEามา
เผยแพร3ดEวย (Lin, 1935: 86 อEางถึงใน Chhem, 2005: 8)
ในสมัยพระเจEาชัยวรมันที่ 5 กีรติบัณฑิต (คุรุในวัชรยานตันตระ) ไดEนำคัมภีรAสำคัญคือ STTS
(The Sarvatathagatatattva samgrahatantra) เขEามาจากต3างประเทศ ซึ่งมีการสันนิษฐานว3า
แหล3งที่มาคือ แถบภาคกลาง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือตะวันออกของอินเดีย (ซึ่งอาจเปRนนาลันทา
, เบงกอลตะวันตก (ปหรรปุระ,ไมนามตี) และ/หรือโอริสสา (รัตนคีรี,ลลิตคีรี) (ซึ่งจากเอกสารจีนมีการ
ระบุว3าคัมภีรAเล3มนี้ “ศุภากรสิงหะ” ซึ่งเดิมเปRนกษัตริยAแห3ง Odra (Orissa) ไดEนำตันตระยาน เขEาไป
เผยแพร3ในจีนพรEอมดEวยคัมภีรA “มหาไวโรจนะสูตร” และคัมภีรA STTS ที่ทรงทำสำเนาดEวยพระองคAเอง
(Donaldson, 2009: 14)
คัมภีรAเล3มนี้มีความสำคัญอย3างมากต3อประติมานวิทยาของเขมรโดยเฉพาะอย3างยิ่งสมัยพระเจEา
ชัยวรมันที่ 7 ดังจะเห็นไดEว3า ประติมานวิทยาแบบวัชรยานตันตระในวัฒนธรรมเขมรในสมัยนี้ มีความ
คลEายคลึงกับที่พบในประเทศอินเดีย โดยเฉพาะอย3างยิ่งแถบภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ
ของอินเดีย ดังนั้นจึงมีความเปRนไปไดEว3าคัมภีรA STTS ที่มีบทบาทต3อประติมานวิทยาของเขมรนั้นอาจจะ

