Page 263 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 263

255






                            ดังนั้น จึงกล3าวไดEค3อนขEางชัดเจนว3า จากการขุดแต3งศาสนสถานประจำโรงพยาบาลในประเทศ

                     ไทย ทำใหEทราบว3า รูปเคารพของพระไภษัชยคุรุและโพธิสัตวAบริวารทั้งสอง ตามที่จารึกกล3าวว3ามีการ

                     ประดิษฐานไวEในอาโรคยศาลานั้น มีลักษณะทางประติมานวิทยาอย3างไร นอกจากนี้งานวิจัยชิ้นนี้ไดE
                     พยายามศึกษาว3า เหตุใดพระไภษัชยคุรุ จึงมีลักษณะทางประติมานวิทยาคลEายคลึงกับวัชรธร (ถือวัชระ

                     และกระดิ่งเช3นกัน แต3ต3างกันที่ลักษณะการถือ) รวมถึงไดEทำการศึกษารูปเคารพอื่น ๆ ที่พบในอาโรคย

                     ศาลาดEวยว3ามีความสัมพันธAเกี่ยวขEองกันอย3างไร
                                แต3ประเด็นปgญหาที่น3าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือ คติความเชื่อเกี่ยวกับพระไภษัชยคุรุ

                     พระพุทธเจEาแพทยAและพระโพธิสัตวAบริวารทั้งสององคA (สุริยประภาและจันทรประภา) มาจากไหน ?
                     หรือ กล3าวอย3างง3าย ๆ ว3า พระสูตรหรือคัมภีรAต3าง ๆ ที่กล3าวถึงพระไภษัชยคุรุนี้มาสู3เขมรไดEอย3างไร

                     แมEว3าจะมีหลักฐานที่แสดงใหEเห็นความสัมพันธAกับวัชรยานตันตระ และมีหลักฐานการรับวัชรยานตันตระ

                     ของเขมรว3าบางส3วนอาจมาจากชวา และบางส3วนอาจมาจากอินเดียโดยตรง แต3การนับถือพระพุทธเจEา
                     แพทยAก็ไม3ปรากฎหรือไม3เปRนที่นิยมในดินแดนทั้งสองนั้นในขณะที่จะเห็นไดEว3า ในดินแดนเอเชียกลาง

                     และจีน แนวคิดนี้ทั้งคัมภีรAและลักษณะทางประติมานวิทยาของพระไภษัชยคุรุและพระโพธิสัตวAบริวาร
                     ทั้งสององคA เปRนที่นิยมอยู3ในเอเชียตะวันออกโดยเฉพาะอย3างยิ่งในประเทศจีนในสมัยราชวงศAถัง

                                 การติดต3อสัมพันธAระหว3างจีนและเขมรมีมานานแลEวตั้งแต3สมัยก3อนเมืองพระนคร (ฟูนันและ

                     เจนละ) ซึ่งเป¶าหมายหลักของการติดต3อสัมพันธAดังกล3าวก็คือการคEา (ตามเสEนทางสายไหม) แต3ใน
                     ขณะเดียวกันเราก็ไดEพบว3ามีความสัมพันธAทางศาสนาและศิลปวัฒนธรรมดEวย โดยเฉพาะอย3างยิ่งในช3วง

                     คริสตศตวรรษที่ 7 ที่มีการเดินทางของนักแสวงบุญชาวจีนที่เดินทางไปมาระหว3างจีนและอินเดียอยู3

                     เนือง ๆ ซึ่งเราก็ไดEพบหลักฐานโบราณคดีที่ยืนยันไดEถึงความสัมพันธAดังกล3าวทั้งในจีนและเขมร
                     ตัวอย3างเช3นที่หมู3บEานสเดงเจย (Sdaeung Chey) ต.จุงเพรย เมืองกำปงจาม (ใกลEเวียดนาม) ไดEพบ

                     ประติมากรรมสำริดพระวัชรปาณี? (ถือวัชระในมือซEาย) อายุราวคริสตศตวรรษที่ 6-7 มีลักษณะของ
                     ศิลปะจีนแบบเว3ยตะวันออก (ค.ศ. 534-550)
   258   259   260   261   262   263   264   265   266   267   268