Page 60 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 60

52






                            บริวารของไภษัชยคุรุ บางครั้งได+รับการเรียกว.า สุริยไวโรจนะ และจันทรไวโรจนะ “ไวโรจนะ”

                     นั้น เปXนชื่อของหิน (ในภาษาสันสกฤต) ส.วนในภาษาเปอเซีย หมายถึง เทอคอยซC (turquoise) อัญมณี

                     สีฟüา-ฟüาอมเขียว (พลอยสีขี้นกการเวก) เทอคอยซCที่มีคุณภาพดีที่สุด มาจากภูเขาแถบนิษปูรC (Nishapur)
                     ในจังหวัดคุรสาน (Khurasan) ของอิหร.าน

                            ดังนั้นคำวaา นีลกาย จึงเปsนตัวชี้วaา ดินแดนอินโด-อิเรเนียน อาจเปsนดินแดนซึ่งไภษัชยคุรุ-

                     ไวฑูรยประภา ซึ่งมีกายสีไพฑูรย1 ได7พัฒนาขึ้น (Chandra, 2012: 104) ในประเด็นนี้ผู+เขียนมีความเห็น
                     สอดคล+องกับ Prof. Chandra ที่กล.าวว.า ไภษัชยคุรุอาจมีกำเนิดหรือพัฒนามาจากดินแดนแถบนี้


                     นิยายปรัมปราเกี่ยวกับการรักษาโรค (medical lore) ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย

                              สามพะ (Sanba) โอรสของกฤษณะ ปZวยด+วยโรคเรื้อน สุริยเทพได+แนะนำให+เดินทางไปยัง

                     ศากทวีป (Sakadvipa) ซึ่งเปXนที่อยู.ของนักบวชชาวมคะ (Maga) ผู+นับถือสุริยเทพและเปXนแพทยCผู+
                     ยิ่งใหญ. สามพะทรงครุฑและเดินทางไปยังดินแดนดังกล.าว เขาได+เลือกมคะสามตระกูลเดินทางกลับไป

                     ยังอินเดีย และได+สร+างศาสนสถานสำหรับพวกเขาที่ “มิตรวนะ” (Mitravana) บนฝà§งแม.น้ำจันทรภาคา
                     (Candrabhaga)  (ปàจจุบันคือแม.น้ำเฉหนับ Chenab  สาขาของสินธุ) ใน “ภควต-ปุราณะ” พวกเขา

                     ได+รับการกล.าวถึงในนาม “โภชกะ” (Bhojaka)  ซึ่งภาษาอิหร.าน bo หมายถึง ผู+รักษา หรือในภาษา

                     สันสกฤต คือ bhisak – เภษัช = แพทยC
                            ชื่อ “มิตรวนะ สัมพปุระ” (Mitravana Sambapura) และ “กัสยปปุระ” (Kasyapapura)

                     ปàจจุบันคือ เมืองมุลตัน (Multan)  สิ่งนี้แสดงให+เห็นว.าพวกมคะแห.งเมืองศากทวีป เปXนแพทยC

                     ผู+เชี่ยวชาญแม+แต.โอรสของกฤษณะยังได+รับการรักษาจากพวกมคะที่มาจากเมืองนี้ (ซึ่งหมายถึงดินแดน
                     ทั้งหมดทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร.าน โดยเฉพาะอย.างยิ่งในดินแดนเฮลมัน (Helmand))

                     (Chandra, 2012: 104)
                            เปXนที่ทราบกันแล+วว.า ตักศิลาเปXนศูนยCกลางของการศึกษาวิชาแพทยC ชีวก แพทยCประจำ

                     พระองคCพระพุทธเจ+าก็ได+ทำการศึกษาวิชาแพทยCที่นี่เปXนเวลาถึง 7 ปê และได+ทำการรักษาพระเจ+า

                     พิมพิสารและพระเจ+าอชาตศัตรู ตักศิลาเปXนส.วนหนึ่งของคันธาระ อาตรียะ (Atreya) อาศัยอยู.ที่นี่ในช.วง
                     550 ปêก.อนคริสตกาล เขาได+เขียนตำราอายุรเวท และใน จรกะ-สังหิตา ก็มีการกล.าวถึงท.าน “อาตรียะ”

                     ว.าชื่อของท.านนั้นตั้งตามชื่อทางฝZายบิดา Atri อาจมีรากฐานมาจากศัพทCกรีก ที่มีความหมายว.า
                     “อากาศ” (ether) ซึ่งมาจากศัพทCที่แปลว.า “เผาไหม+” (burn)

                            ดังนั้น Atri อาจเปXนพวกบูชาไฟและมีความสัมพันธCกับอิหร.าน ซึ่งศัพทCที่มีความหมายถึง “ไฟ”

                     ในคัมภีรCอเวสตะ คือ atar นั่นหมายความว.า ท.านอาตรียะที่มีความรู+ความชำนาญทางการแพทยC อาจมี
                     เชื้อสายมาจากพวกมคะหรือพวกบูชาไฟ ในที่นี้จึงชี้ให+เห็นถึงความสัมพันธCของชาวมคะ (ผู+บูชาไฟ) ที่มี

                     ถิ่นอาศัยเดิมแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร.านกับการรักษาโรค และอาจเปXนต+นกำเนิด (ที่มา)

                     ของวิชาความรู+ทางการแพทยCในอินเดีย (โดยเฉพาะทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ หรือ ตักศิลา) ดังที่เรา
   55   56   57   58   59   60   61   62   63   64   65