Page 180 - วัชรยานยันตระ
P. 180
(แม้ว่าไม่สามารถตีความได้ว่าเป็นพุทธศาสนานิกายใด) และมีภิกษุฝูหนันที่
เดินทางเข้าไปแปลพระคัมภีร์ในประเทศจีน ศูนย์กลางพระพุทธศาสนา
ั
ในฝูหนันคงอยู่ที่วัดรมโลก (Romlok) ในปจจุบัน
จารึกอีกหลักหนึ่งพบที่วัดไพรวาล (Vat Prei Val) พ.ศ. 1207 เป็น
ภาษาสันสกฤตกล่าวถึงพระภิกษุ 2 รูป ชื่อ “รัตนภาณุ” และ “รัตนสิงหะ”
ซึ่งเป็นพี่น้องกัน (ผู้มีมารดาคนเดียวกัน) (Ray, 1936: 7) ข้อความที่กล่าวถึง
ในจารึกท าให้นักวิชาการพยายามตีความว่า พุทธศาสนาในฝูหนันขณะนั้น
เป็นนิกายใด
อย่างไรก็ตามหลักฐานจารึกที่ปรากฏอยู่บนด้านหลังของ
พระพุทธรูปจากตวลพระธาตุ (K. 820) ในจังหวัดก าปงสปือ (อายุพุทธ
ศตวรรษที่ 12 - 13) ที่เป็นคาถาเย ธมมา ภาษาบาลี ก็ท าให้ตีความได้ว่า
มีพุทธศาสนาเถรวาทอยู่ในเจนละ (สุภัทรดิศ ดิศกุล, 2547: 4) (แต่เนื่องจาก
มีภาษาสันสกฤตปนเล็กน้อย อาจแสดงถึงพระพุทธศาสนาแบบผสม
(เถรวาท + มหายาน)
ส่วนจารึกที่กล่าวถึงพระพุทธศาสนามหายานในอาณาจักรเจนละ
ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 12 - 13 ก็มีอยู่ เช่น จารึกปราสาทอัมปิล โรลุม
(K. 163) ในจังหวัดก าปงธม อายุจากตัวอักษรอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 12 - 13
กล่าวถึง การถวายข้าทาสแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ไมตรียะ
และพระอวโลกิเตศวระ (ได้พบประติมากรรมด้วย) จารึกที่สมโบร์ (พ.ศ.
1236) และจารึกที่ปราสาทตากาม (พ.ศ. 1334) เป็นต้น
จากการศึกษาหลักฐานโบราณคดีที่พบ ศาสตราจารย์ดูปองต์
กล่าวว่า ศูนย์กลางพุทธศาสนาที่ส าคัญในอาณาจักรเจนละมีอยู่ 2 แห่ง คือ
ใกล้กับนครบุรี (อังกอร์ บอเรย - Angkor Borei) แห่งหนึ่ง และทางใต้ของ
แคว้นตราวิญในแหลมโคชินไชน่าอีกแห่งหนึ่ง
170

