Page 261 - วัชรยานยันตระ
P. 261
ทั้งนี้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นดินแดนที่ปรากฏร่องรอย
วัฒนธรรมเขมรอย่างชัดเจน ในส่วนของหลักฐานทางโบราณคดีที่สัมพันธ์กับ
วัชรยานตันตระนั้นเป็นประเด็นที่มีนักวิชการให้ความสนใจและท าการศึกษา
ไว้บ้างแล้ว การศึกษาที่ผ่านมาที่น่าสนใจ ได้แก่บทความของ Boeles (1966)
ที่ได้ท าการศึกษาประติมากรรมรูปเคารพของเทพ-เทพี ในนิกายวัชรยาน
ตันตระที่พบในประเทศไทยและตั้งข้อสมมุติฐานไว้ว่า พระพุทธศาสนา
มหายานนิกายวัชรยานตันตระน่าจะแพร่หลายจากพิมายบนที่ราบสูงโคราช
ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเข้าไปยังดินแดนเขมร (แทนที่จะแพร่
ออกมาจากเขมรมาทางตะวันตก) แต่ต่อมาในดินแดนประเทศไทยนี้เองได้
พบหลักฐานทางโบราณคดีที่ส าคัญที่แสดงถึงร่องรอยของวัชรยานตันตระ
ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดหรือข้อสันนิษฐานที่นักวิชาการเคยตั้งไว้แต่
เดิม หลักฐานโบราณคดีดังกล่าวคือ จารึกซับบาก (จะได้กล่าวถึงต่อไป)
ต่อมา Pia Conti (2014) น าเสนอบทความที่แสดงให้เห็นอย่าง
ชัดเจนถึงร่องรอยของพุทธตันตระที่แพร่หลายอยู่ในดินแดนเขมร (ตั้งแต่
พุทธศตวรรษที่ 15-17) รวมทั้งดินแดนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ
ไทยหรือแถบที่ราบสูงโคราช ผู้เขียนทบทวนความเห็นของ Boeles ที่เคย
กล่าวไว้ว่าตันตระแพร่หลายจากพิมาย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย)
ไปยังเขมร (เนื่องจากการทบทวนการแปลจารึกใหม่ ท าให้ได้ข้อมูลว่าตันตระ
น่าจะมีอยู่ในเขมรแล้วตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 15)
6.2.1) หลักฐานประเภทจารึกที่เกี่ยวข้องกับวัชรยานตันตระใน
วัฒนธรรมเขมรในประเทศไทย
จารึกสด๊กก๊อกธม 2
พบที่ปราสาทสด๊กก๊อกธม บ้านหนองเสม็ด กิ่งอ าเภอ
โคกสูง จังหวัดสระแก้ว มีลักษณะเป็นหลักศิลาสี่เหลี่ยม กว้าง 43 เซนติเมตร
สูง 191 เซนติเมตร หนา 32 เซนติเมตร จารึกทั้งสี่ด้านด้วยอักษรขอม
251

