Page 262 - วัชรยานยันตระ
P. 262
โบราณ ภาษาสันสกฤตและภาษาเขมร ระบุมหาศักราช 974 (พ.ศ. 1595) ใน
รัชสมัยของพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 (โอรสของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1)
จารึกสด๊กก๊อกธมเป็นจารึกที่มีความส าคัญ เปรียบเสมือนบันทึก
เรื่องราวหรือพงศาวดารเขมรในสมัยเมืองพระนครหลายรัชสมัย ที่ส าคัญคือ
กล่าวถึงพระราชประวัติของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2, พระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2
พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 เป็นต้น (ในที่นี้ขอยกมากล่าวเฉพาะส่วนที่น่าจะ
เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กับพุทธมหายานตันตระ)
จารึกกล่าวสรรเสริญพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 และเล่าเรื่องอดีต
ย้อนหลังไปประมาณ 200 ปี ข้อความในจารึกกล่าวถึงอาจารย์ (คุรุ) ของ
พระเจ้าอุทัยทิตยวรมัน นาม “เทวชเยนทรวรรมัน” (Devajayendravarman)
ที่มีความเกี่ยวข้องกับศิวไกวัลยะ ซึ่งเป็นอาจารย์ของพระเจ้าชัยวรรมันที่ 2
ได้มีการเชิญพราหมณ์หิรัญยทามัน (Hiranyadaman) ผู้เชี่ยวชาญทางไสย
ศาสตร์มาจากชนบทเพื่อสอน “สิทธิ” และ “สาธนะ” เพื่อเพิ่มอ านาจให้กับ
กษัตริย์ หิรัญยทามันยังได้สอนคัมภีร์ส าคัญ 4 เล่มคือ พระวินาศิขะ
(Vinasikha) นโยตตระ (Nayottra) สัมโมหะ (Sammoha) และศิรัจเฉทะ
(Sirascheda) แก่พราหมณ์ศิวไกวัลยะ (ซึ่งหม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล กล่าว
ว่า เป็นคัมภีร์ตันตระ (สุภัทรดิศ ดิศกุล, 2547: 11)
หลังการฝึกฝนจนส าเร็จ ศิวไกวัลยะได้สถาปนา “สิทธิ” (Siddhi -
การบรรลุความส าเร็จ ซึ่งอาจหมายถึงการถึงซึ่งนิพพาน หรืออาจหมายถึง
การได้มาซึ่งอ านาจนอกเหนือธรรมชาติโดยมายา) ที่เรียกว่า เทวราชา
เพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับแผ่นดิน (จารึกในประเทศไทย 3, 2529:
181-227) อีกทั้งยังกล่าวถึงการที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ทรงประกาศพระองค์
เป็น “จักรพรรดิ” และประกาศไม่เป็นเมืองขึ้นของชวาอีกต่อไป
ในโศลกที่ 64-70 กล่าวว่า “พระเจ้าศรีอุทยาทิตยวรมเทวะได้เรียนรู้
ศาสตร์ต่างๆ คือ สิทธานตะ (คัมภีร์ว่าด้วยคาถาอาคม หรือเวทย์มนตร์อัน
ศักดิ์สิทธิ์) วยากรณะ (อักขรวิธี) ธรรมศาสตร์และศาสตร์อื่นๆ อีก (ซึ่งเป็น
252

