Page 47 - วัชรยานยันตระ
P. 47

วัชรยำนในแต่ละแห่งให้ควำมส ำคัญกับพระธยำนิพุทธแตกต่ำงกัน
              ไปขึ้นอยู่กับ “ควำมนิยม” ส่วนใหญ่ให้ควำมส ำคัญกับ “มหำไวโรจนะ” ซึ่งใน
              พุทธศตวรรษที่ 12 ระบุอยู่ในคัมภีร์ส ำคัญ 2 เล่ม คือ “มหำไวโรจนะ - สูตร”

              (Mahavairochana Sutra) (หรือมหำไวโรจนะ - ตันตระ) และวัชโรสนิศะ-
              สูตร (Vajrosnisa Sutra) ถัดลงมำเป็นพระธยำนิพุทธทั้ง 5 (พระพุทธเจ้ำทรง
              ฌำน) หรือพระชินะ (ผู้ชนะ) โดยมีพระธยำนิพุทธไวโรจนะเป็นศูนย์กลำง
                     เนปำล จัดวัชรสัตว์เป็นพระธยำนิพุทธองค์ที่ 6 มีวรรณะสีขำว
              มือขวำถือวัชระ มือซ้ำยถือฆัณฏำ (กระดิ่ง) วัชรสัตว์ไม่ประทับตำมทิศ แต่จะ

              ปรำกฏกำยอย่ำงเอกเทศทั้งเดี่ยว และแบบยับ-ยุม ทำยำทของวัชรสัตว์ คือ
              ฆัณฏำปำณีโพธิสัตว์ (ผู้มีกระดิ่งเป็นสัญลักษณ์)
                     โดยในจ ำนวนธยำนิพุทธทั้ง 5 นี้ สกุลของธยำนิพุทธอักโษภยะ
              เป็นสกุลที่ประกอบด้วยเทพและเทพี หรือสมำชิกที่มีจ ำนวนมำกที่สุด
              เนื่องจำกเป็นตถำคตองค์แรกสุดที่เข้ำสู่ระบบรูปเคำรพเทพและเทพี
              สำธนมำลำระบุว่ำ สีน ้ำเงินของอักโษภยะสัมพันธ์กับเทพเทพีในรูปแบบดุ

              ร้ำย ซึ่งนอกจำกชัมภละแล้ว เทพส่วนใหญ่ที่อยู่ในสกุลนี้ หรือแยกตัวออกมำ
              จำกอักโษภยะจะอยู่ในลักษณะดุร้ำยทั้งหมด
                     ที่กล่ำวมำจะเห็นได้ว่ำ ล ำดับของเทพและเทพีในวัชรยำนตันตระ 3
              ล ำดับสูงสุด ประกอบด้วย พระอำทิพุทธ พระธยำนิพุทธ และพระธยำนิ

              โพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ทรงฌำน) เทพและเทพีทั้งสำมล ำดับดังกล่ำวต้องมี
              ศักติหรือนำงคู่บำรมีประกอบด้วย เนื่องจำกลัทธิวัชรยำนตันตระให้
              ควำมส ำคัญกับศักติหรือเทพี ซึ่งเปรียบประดุจ “อิตถีพละ” หรือพลังเพศหญิง
              ที่จะต้องเสริมให้กับเทพ เหมือนพลังเพศชำยและพลังเพศหญิงที่ต้องอำศัย
              และเสริมพลังอ ำนำจให้กันและกัน จึงท ำให้เป็นที่มำของรูปเคำรพในวัชรยำน
              ตันตระที่อยู่ในลักษณะที่เรียกว่ำ ยับ-ยุม (Yab-yum) หรือลักษณะที่เทพกอด

              รัดกับเทพีหรือศักติ




                                          37
   42   43   44   45   46   47   48   49   50   51   52