Page 50 - วัชรยานยันตระ
P. 50

ภัตตจำรยยะ (Bhattacharyya) (1985: 163-164) ให้ค ำอธิบำยไว้
              ว่ำ ยับ (yab) หมำยถึง บิดำผู้ทรงเกียรติ และ ยุม (yum) หมำยถึง มำรดำผู้
              ทรงเกียรติ ดังนั้น ยับ-ยุม (Yab-yum) ก็คือ กำรรวมกันระหว่ำงบิดำกับ

              มำรดำผู้ทรงเกียรติ รูปเคำรพในลักษณะยับ-ยุม มีควำมหมำยที่ลึกซึ้งทำงจิต
              วิญญำณ คือ มีควำมหมำยว่ำ เทพ ซึ่งเป็น ศูนยะ แสดงถึงควำมสมบูรณ์
              พร้อม (perfection) ที่ได้รับซึ่งควำมเป็นศูนยะ (ควำมกรุณำ) และน ำไปสู่กำร
              หลุดพ้นหรือนิรวำณ
                     ศูนยะ เมื่อแสดงออกเป็นเทพ (ชำย) จะปรำกฏในรูปของ “เหรุกะ”

              และในรูปของ “ไนรำตมำ” เมื่อเป็นเทพี (หญิง) วัชรยำนสะท้อนแนวคิด
              เกี่ยวกับ “ศูนยะ” ออกมำในรูปของเทพและเทพี เมื่อ “โพธิจิต” ถึงซึ่งนิรวำณ
              ก็จะรวมเข้ำกับ “ศูนยะ” และเหลือไว้ซึ่งควำมสุขนิรันดร์ โพธิจิตที่สมบูรณ์
              ภำยในอ้อมกอดของศูนยะ หรือ ไนรำตมำ ดังที่ปรำกฏในรูปของยับ-ยุม
              เปรียบเสมือนเกลือกับน ้ำที่เมื่อรวมกันแล้วไม่สำมำรถแยกเกลือออกจำกน ้ำ
              ได้เช่นเดียวกับ ยัม-ยุม (รูปทั้งสอง) ที่รวมกันเป็นหนึ่งชั่วนิรันดร์ ที่พุทธะ

              เรียกว่ำ อัทวยะ ซึ่งควำมเป็นสอง (dual) กลำยเป็นหนึ่งเดียว
                     ตำมปรัชญำของตันตระแล้วอำจอธิบำยได้ว่ำ กำรรวมกันของเพศ
                                                          ั
              ชำยกับหญิง หมำยถึง (หรือสะท้อนถึง) กำรรวมกันของปญญำ (ศูนยตำ) คือ
                      ่
              คุณธรรมฝำยสตรีเพศ ที่เป็นภำวะสถิต (อจลน์) เป็นบ่อเกิดและเป็นที่รวม
                                               ่
              แห่งสิ่งทั้งปวง ได้กลมกลืนกับคุณธรรมฝำยบุรุษเพศ ซึ่งเป็นสภำวะจลน์
                            ่
              เมื่อคุณธรรมสองฝำย คือ กรุณำกับเหตุผลรวมกัน  (ผำสุข อินทรำวุธ, 2543:
              13)
                      ตัวอย่ำงทำงประติมำนวิทยำที่สะท้อนออกมำของปรัชญำดังกล่ำว
              ในลักษณะของรูปเคำรพในรูปแบบยับยุม  ได้แก่ ศูนยะในรูปของเหรุกะ ที่
              อยู่ในอ้อมกอดของศูนยะในรูปของ “ไนรำตมะ” (คือ สิ่งเดียวกับปรัชญำศักติ)

              (Bhattacharyya, 1980: 164) ในเหวัชระ-ตันตระ “ไนรำตมยำ” (ควำมหมำย
              ของชื่อ = กำรขำดหำยไปซึ่งควำมยึดมั่นในตัวตน) เป็นปรำกฏกำยของ



                                          40
   45   46   47   48   49   50   51   52   53   54   55