Page 143 - ครบรอบ 18 ปี สำนักงาน คปภ.
P. 143
141
การพัฒนาคุณภาพของคนกลางประกันภัย ถือเป็นกลไกส�าคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและเสริมความมั่นคงของระบบประกันภัย
โดยรวม โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การยกระดับความรู้ ความเข้าใจ และจรรยาบรรณของผู้ประกอบ
วิชาชีพ จึงเป็นปัจจัยส�าคัญต่อการก�ากับดูแลที่มีประสิทธิภาพ
ส�านักงานคณะกรรมการก�ากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (ส�านักงาน คปภ.) จึงได้ให้ความส�าคัญกับการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ
ของตัวแทน นายหน้า และผู้ประเมินวินาศภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมในการปรับปรุงข้อสอบและหลักสูตร
อบรม เพื่อให้เนื้อหาสะท้อนสภาพการด�าเนินธุรกิจจริง มีความทันสมัย และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
กรอบแนวคิดและพัฒนาการของระบบการสอบ แนวคิด De-Regulation
และอบรมคนกลางประกันภัย ในบริบทของการกำากับดูแล
ระบบการสอบและอบรมคนกลางประกันภัยของไทย ถือเป็น แนวคิด De-Regulation เริ่มปรากฏตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970–1980
เครื่องมือส�าคัญในการคัดกรองและพัฒนาบุคลากรเข้าสู่วิชาชีพอย่างมี ในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักร โดยมีรากฐานจาก
มาตรฐาน เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพตัวแทนและนายหน้าประกันภัยมีความรู้ แนวคิดเศรษฐศาสตร์ที่มุ่งลดกฎระเบียบที่เป็นภาระเกินความจ�าเป็น เพื่อ
ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ กฎหมาย และจรรยาบรรณเพียงพอในการให้ เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีอิสระและนวัตกรรมในการด�าเนินธุรกิจมากขึ้น
บริการแก่ประชาชนอย่างเป็นธรรม ภายใต้กรอบการก�ากับดูแลของ อย่างไรก็ตาม ส�าหรับภาคการเงิน แนวคิดนี้มิได้หมายถึงการยกเลิก
ส�านักงาน คปภ. ที่มุ่งสร้างระบบคุณภาพบุคลากร ตั้งแต่ต้นน�าถึงปลายน�า การก�ากับดูแล แต่เป็นการเปลี่ยนบทบาทของรัฐ จากผู้ควบคุมใน
รายละเอียดมาเป็นผู้ออกแบบกรอบและมาตรฐานกลาง ที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์
ที่ผ่านมาส�านักงาน คปภ. ได้พัฒนาโครงสร้างการสอบและอบรมให้มี หรือที่เรียกว่า Principle-based Regulation ต่อมา แนวคิดนี้ได้พัฒนา
ความทันสมัย โปร่งใส และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เป็น De-Regulation with Accountability ซึ่งมุ่งสร้างสมดุลระหว่าง
ที่เปลี่ยนไป โดยเริ่มจากการก�าหนดมาตรฐานข้อสอบกลางที่ครอบคลุม ภาครัฐและภาคเอกชน รัฐยังคงเป็นผู้ออกแบบกรอบการก�ากับ แต่เปิดให้
ทั้งด้านความรู้พื้นฐานประกันภัย กฎหมาย จรรยาบรรณ และความรู้เฉพาะ ภาคธุรกิจและสมาคมวิชาชีพเป็นผู้ด�าเนินการ (Implementer) ภายใต้
ผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้เข้าสอบได้รับการประเมินในระดับเดียวกันทั่วประเทศ กลไกรับผิดชอบร่วม (Accountability Mechanism) เช่น การรับรอง
ต่อมา ได้ปรับรูปแบบการสอบและอบรมเข้าสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ หน่วยอบรม การประเมินคุณภาพ และการรายงานผลการด�าเนินงานอย่าง
ทั้งการจัดสอบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สามารถทราบผลสอบได้ทันที และ ต่อเนื่อง ซึ่งหลักการดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางของสมาคมก�ากับดูแล
การอบรมผ่านระบบออนไลน์ (e-Learning) ซึ่งช่วยลดภาระการเดินทาง ประกันภัยระหว่างประเทศ (International Association of Insurance
เพิ่มโอกาสให้ผู้สนใจเข้าสู่อาชีพได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็น Supervisors : IAIS) ที่ระบุไว้ใน Insurance Core Principles (ICP)
การวางรากฐานส�าคัญในการพัฒนาไปสู่ระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต 18 และ 19 ว่า หน่วยงานก�ากับสามารถแบ่งปันภารกิจในการก�ากับกับ
(Lifelong Learning) ส�าหรับคนกลางประกันภัย องค์กรวิชาชีพหรือสมาคมภายใต้กรอบความรับผิดชอบที่ชัดเจน เพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นของระบบก�ากับดูแล
นอกจากนี้ ยังได้มีการปรับเกณฑ์และหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่น
มากขึ้น เพื่อส่งเสริมการประกอบวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เช่น การเปิดให้ผู้ที่มี ในมิติของการก�ากับดูแลคนกลางประกันภัย แนวคิด De-
ใบอนุญาตประเภทหนึ่งสามารถใช้ผลสอบข้ามประเภทได้ในบางกรณี Regulation ช่วยให้ส�านักงาน คปภ. สามารถปรับบทบาทจากผู้ด�าเนินการ
เพื่ออ�านวยความสะดวก ลดความซ�าซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหาร โดยตรง ไปสู่การเป็นผู้ก�าหนดหลักการ มาตรฐาน และกลไกติดตามผล
บุคลากรของภาคธุรกิจประกันภัยโดยรวม ส่วนภาคธุรกิจเป็นผู้ด�าเนินการพัฒนาหลักสูตร อบรม และประเมินบุคลากร
ภายใต้กรอบที่ได้รับอนุมัติ ผลลัพธ์คือ เกิดความร่วมมือที่สมดุลระหว่าง
พัฒนาการเหล่านี้สะท้อนแนวทางของส�านักงาน คปภ. ที่มุ่งปรับ การรักษามาตรฐานและการเปิดพื้นที่ให้ภาคธุรกิจมีนวัตกรรมด้าน
บทบาทจากผู้ควบคุมโดยตรง ไปสู่ผู้สนับสนุนการก�ากับดูแลร่วมกับภาค การพัฒนาองค์ความรู้ของตนเอง
ธุรกิจ โดยเปิดพื้นที่ให้ภาคธุรกิจ หน่วยสอบ หน่วยอบรม และสมาคม
ที่เกี่ยวข้อง เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร การจัดสอบ และ แนวทางนี้ จึงเป็นก้าวส�าคัญของการยกระดับระบบก�ากับดูแล
การพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง หรือแนวคิดที่เรียกว่า De-regulation ของไทยจากการควบคุมไปสู่การก�ากับบนฐานความร่วมมือ ซึ่งเน้น
ความรับผิดชอบ ความโปร่งใส และผลสัมฤทธิ์เป็นส�าคัญ อันเป็นทิศทาง
เดียวกับแนวโน้มการก�ากับดูแลขององค์กรระหว่างประเทศ เช่น IAIS
(International Association of Insurance Supervisors) ที่ส่งเสริม
ให้หน่วยงานก�ากับปรับบทบาทสู่การเป็น Facilitator มากกว่าผู้ควบคุม

