Page 31 - รายงานวิจัยร้านยาหมอหวาน
P. 31
22
ติดตามหมอหลวงไปทำการรักษาในที่ต่าง ๆ จนมีความชำนาญในการตรวจ ปรุงยา เมื่อมีความรู้พอจึงพร้อมเข้ารับ
ราชการได้ โดยถ้ามีตำแหน่งว่างในกรมหมอหลวงก็ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการทันที ทั้งนี้หมอหลวงจะได้รับสิทธิ
พิเศษเหนือกว่าหมอเชลยศักดิ์หลายประการ เช่น สามารถไปเก็บสมุนไพรตามบ้านของราษฎรหรือในที่ใด ๆ ได้
โดยมีกระบองแดง เป็นสัญลักษณ์แสดง นอกจากนี้ ถ้าสมุนไพรชนิดใดขาดแคลนและหมอหลวงไม่สามารถหาได้ใน
บริเวณเมืองหลวง ก็จะมีสารตราไปในนามพระเจ้าจักรีออกไปหัวเมืองต่าง ๆ ให้เก็บสมุนไพรที่ต้องการมาโรงพระ
โอสถ ในด้านรายได้หมอหลวงมักจะได้รับเงินเป็นจำนวนมากจากการไปรักษาเจ้านายหรือข้าราชการตามพระบรม
ราชโองการ ถึงแม้โดยธรรมเนียมประเพณีแล้ว หมอหลวงที่พระมหากษัตริย์พระราชทานไปรักษานั้นจะไม่คิดค่า
30
รักษาพยาบาล แต่ผู้ป่วยมักจ่ายให้หมอเพื่อแสดงความขอบคุณเป็นเสมอ
กรมหมอในโรงพระโอสถล้วนสังกัดอยู่ในหมอหลวงทั้งหมด โดยหมอในกรมพระโอสถแบ่งเป็น 2 ฝ่าย
ได้แก่ หมอโรงใน มีหน้าที่เกี่ยวกับบำบัดเยียวยาพระบรมวงศานุวงศ์ในเขตพระราชฐานชั้นใน และ หมอโรงนอก
เป็นหมอที่รับพระบรมราชโองการไปตรวจเยี่ยมและบำบัดข้าราชการผู้เจ็บป่วย แม้ว่าหมอโรงในและหมอโรงนอก
จะแยกจากกัน แต่ก็สังกัดภายใต้บังคับของเจ้ากรมหมอโรงพระโอสถ คือพระยาแพทยพงษาวิสุทธิ ผู้บังคับบัญชา
รองลงไป ได้แก่ เจ้ากรมหมอฝ่ายขวา (หลวงราชนิทานและหลวงราชพรหมา) ปลัดกรมหมอยาฝ่ายซ้าย (พระสิทธิ
สาร) ปลัดกรมหมอยาฝ่ายขวา ซึ่งหมอหลวงสังกัดกรมหมอยาขวาและหมอยาซ้าย จะผลัดเปลี่ยนเข้าประจำ
31
ราชการผลัดละ 4 วัน 4 คืน โดยเข้ามาประจำราชการอยู่ในพำนักซึ่งเป็นโรงพระโอสถด้วย
หมอเชลยศักดิ์ หรือ หมอราษฎร คือหมอที่ไม่ได้รับราชการ ประกอบอาชีพอิสระ ฝึกฝนเล่าเรียนจาก
บรรพบุรุษที่เป็นหมออยู่ก่อนหรือศึกษาจากตำราแล้วทดลองฝึกหัดจนมีความชำนาญ ได้แก่ หมอพื้นเมืองทั่วไป ซึ่ง
ส่วนใหญ่เป็นหมอที่มีชื่อเสียงและมีลูกศิษย์มากทั้งฆราวาสและพระสงฆ์ โดยหมอเชลยศักดิ์ทำหน้าที่ทั้งหมอและ
เภสัชกร กล่าวคือ เมื่อตรวจไข้และวินิจฉัยโรคแล้ว หมอจะมีล่วมยา ภายในบรรจุซองยาสมุนไพรต่าง ๆ เมื่อตกลง
รักษาคนไข้ รายได้ก็จะให้เจ้าของไข้ตั้งขวัญข้าว ซึ่งประกอบไปด้วย ข้าวสาร กล้วย หมากพูลและเงินติดเทียน
หกสลึง ใช้สำหรับค่าบูชาครูแพทย์ (ชีวกโกมารภัจจ์) จากนั้นหมอก็ให้เจ้าของไข้เก็บเครื่องยาสมุนไพร ส่วน
เครื่องเทศ หมอเรียกซื้อบ้าง ถ้าผู้ป่วยหายเร็ว เจ้าของไข้ก็ส่งขวัญข้าวทั้งหมดให้หมอและให้ค่ายาอีก 3 บาท แต่ถ้า
รักษาไม่หาย หมอจะไม่ได้รับผลตอบแทน ในกรณีที่คนไข้ฐานะดี เจ้าของไข้อาจจะตั้งรางวัลไว้สูงเพื่อให้หมอรักษา
อย่างเต็มที่ นอกจากนี้บางครั้งอาจมีการเรียกเก็บเงินก่อนทำการรักษาพยาบาล เรียกว่า “ค่าเปิดล่วมยา” ทั้งนี้
30 เสาวภา พรสิริพงษ์ และพรทิพย์ อุศุภรัตน์, บรรณาธิการ, การบันทึกและการถ่ายทอดความรู้ทางการแพทย์แผนไทย
, 27.
31 วิชัย โชควิวัฒน และโกมาตร จึงเสถียรทรัพย์, บรรณาธิการ, รอยเวลา : เส้นทางประวัติศาสตร์สุขภาพ, (กรุงเทพฯ:
โรงพิมพ์องค์กรสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, 2556), 75.