Page 32 - รายงานวิจัยร้านยาหมอหวาน
P. 32

23


               กฎหมายในช่วงเวลาดังกล่าวก็มีข้อบัญญัติ ในกรณีผู้ป่วยไม่มีเงิน หมอก็สามารถเรียกสิ่งอื่นเป็นค่ารักษาได้ ดังนั้น

               รายได้ของหมอเชลยศักดิ์จึงไม่แน่นอน หมอประเภทนี้จึงประกอบอาชีพอื่นเสริมไปด้วย ทั้งนี้หมอเชลยศักดิ์ก็มี

               โอกาสเลื่อนเป็นหมอหลวงได้ ในกรณีที่แสดงความสามารถเป็นที่พอพระราชหฤทัย พระมหากษัตริย์ก็จะทรง

               โปรดฯ ให้เข้ามารับราชการในกรมหมอหลวงหรือมีโอกาสเข้ารับราชการเป็นหมอประจำเมือง ในกรมหมอหลวง
               ของเมืองใหญ่ พระสงฆ์ก็มีส่วนบทบาทในการรักษาพยาบาล ทั้งการปรุงยาและการนวด แต่ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 1

                                                                                                       32
               ทรงตรากฎหมายห้ามฆราวาสนิมนต์พระภิกษุสามเณรรักษาพยาบาล พระสงฆ์จึงไม่มีบทบาททางการแพทย์

                       นอกจากนี้ยังมีหมอที่ไม่ได้รับการจัดแบ่งประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ หมอกลางบ้าน เป็นหมอที่มี

               ความรู้ทางการแพทย์และยา สามารถรักษาโรคระดับพื้นฐานได้อย่างดี และ หมอพระหรือหมอวัด คือ พระสงฆ์ที่มี

               ฐานะเป็นหมอ ซึ่งมีความรู้ทางแพทย์แผนไทย รักษาโดยไม่ประสงค์สินทรัพย์ ยาที่หมอวัดปรุงเป็นยาที่มีผู้ใช้มาก

               เช่น ยาเขียว ยาลม ยาธาตุ

                       ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว การแพทย์แผนโบราณฟื้นตัวขึ้นอย่างมาก ดังเช่น

               พระองค์ทรงโปรดให้ประชุมบรรดานักปราชญ์ บัณฑิต ผู้เชี่ยวชาญในด้านการแพทย์ ยาสมุนไพร การนวด ตำรา

               โคลง ฉันท์ กาพย์กลอน เป็นต้น เพื่อมาจารึกลงบนแผ่นศิลาประดับที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ใน พ.ศ. 2375

               เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามาศึกษาได้อย่างทั่วถึงกัน เพราะในช่วงสมัยดังกล่าว ตำราการศึกษายังหายาก ด้วย

               เหตุนี้ วัดพระเชตุพนฯ จึงเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย ทั้งนี้ตำรายาและตำราเกี่ยวกับการนวด หรือตำรา
               การแพทย์แผนโบราณ จารึกไว้ที่วัดพระเชตุพนฯ เป็นจำนวนเยอะที่สุด รวมทั้งสิ้นประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของ

                                 33
               เนื้อหาจารึกทั้งหมด  ความรู้ทางการแพทย์แผนโบราณที่วัดพระเชตุพนฯ พระยาบำเรอราชแพทย์เป็นหัวหน้า
               สืบหาตำรายาและตำราลักษณะโรคจากหมอหลวง หมอพระ และหมอเชลยศักดิ์ โดยผู้นำตำรามานั้นต้องสาบาน

               ตนว่าตำรายาดังกล่าวสามารถใช้ได้ผลจริง และพระยาบำเรอราชแพทย์จึงทำการตรวจสอบอีกครั้งก่อนนำมาจารึก

               บนแผ่นหินอ่อนประดับบนเสาและผนังตามศาลาราย สามารถแบ่งเป็นหมวดหมู่ได้ ดังต่อไปนี้


                              1. วิชาบริหารร่างกาย

                              2. วิชาเวชศาสตร์


                              3. วิชาเภสัช





                       32  เสาวภา พรสิริพงษ์ และพรทิพย์ อุศุภรัตน์, บรรณาธิการ, การบันทึกและการถ่ายทอดความรู้ทางการแพทย์
               แผนไทย, 27 - 28.

                       33  ประทีป ชุมพล, ประวัติศาสตร์การแพทย์แผนไทย, 123.
   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37