Page 55 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 55
ในกำรน ำจดหมำยเหตุมำใช้เป็นหลักฐำนทำงประวัติศำสตร์นั้น
ถึงแม้ว่ำนักประวัติศำสตร์ให้ควำมเชื่อถือมำกที่สุดอย่ำงหนึ่ง เพรำะมักมี
รำยละเอียดและมีควำมถูกต้องในเรื่องเวลำ แต่ผู้ศึกษำจะต้องใช้ด้วยควำม
ระมัดระวังรอบคอบ เพรำะอำจจะมีข้อคิดเห็นของผู้บันทึกสอดแทรกลงไปด้วย
โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งที่ผู้บันทึกเป็นชำวต่ำงประเทศซึ่งอำจจะบันทึกเรื่องรำว
ต่ำงๆ ด้วยแนวคิดและมุมมองทำงด้ำนวัฒนธรรมต่ำงไปจำกควำมเป็นจริงก็ได้
ต านาน เป็นหลักฐำนประเภทลำยลักษณ์อักษรที่เก่ำแก่อีกประเภท
หนึ่ง ที่ปรำกฏในรูปของเอกสำรโบรำณที่เรียกกันว่ำ ใบลำนและสมุดข่อย
ต ำนำนจึงเป็นตัวอย่ำงของกำรบันทึกแบบโบรำณที่เก่ำแก่ประเภทหนึ่ง ภำษำ
ที่ใช้เขียนมีทั้งที่เป็นภำษำไทย ภำษำไทยเหนือ ภำษำลำว ภำษำเขมร และ
ภำษำบำลี ตัวอักษรที่ใช้เขียน มีทั้งที่เป็นตัวอักษรไทยเหนือ ตัวอักษรธรรม
อักษรขอม หลักฐำนเกี่ยวกับต ำนำนที่พบในประเทศไทยอำจกล่ำวได้ว่ำ มีกำร
เขียนต ำนำนขึ้นตั้งแต่รำวกลำงพุทธศตวรรษที่ ๒๐ และได้รับควำมนิยมมำก
ในรำวพุทธศตวรรษที่ ๒๑ – ๒๒
ต ำนำนที่รู้จักกันดี ได้แก่ ต ำนำนสิงหนวัติกุมำร ต ำนำนพื้นเมือง
เชียงใหม่ ต ำนำนจำมเทวีวงศ์ ต ำนำนพระแก้วมรกต และต ำนำนพุทธสิหิงค์
เนื้อหำที่ปรำกฏในต ำนำน มีลักษณะเป็นเรื่องเล่ำ โดยไม่ทรำบว่ำ
ใครเป็นผู้เล่ำคนแรก ทรำบแต่ว่ำเล่ำสืบต่อๆ กันมำเป็นเวลำนำน ต่อมำ
ภำยหลังจึงมีกำรจดบันทึกเรื่องเล่ำนั้นๆ เป็นลำยลักษณ์อักษรไว้ ต ำนำนที่พบ
ในประเทศไทยมักเป็นเรื่องเกี่ยวกับประวัติของบ้ำนเมืองโบรำณ ประวัติของ
ปูชนียวัตถุและปูชนียสถำนที่มีควำมเชื่อในเรื่องศำสนำเข้ำมำเกี่ยวข้องด้วย
เสมอ เนื้อเรื่องที่บันทึกไว้มักจะมีควำมเชื่อในเรื่องอิทธิฤทธิ์ปำฏิหำริย์
สอดแทรกอยู่ด้วย
นอกจำกนี้ยังมีงำนเขียนที่เขียนขึ้นในสมัยหลังๆ ที่มีเนื้อหำในเชิง
ประวัติควำมเป็นมำ ก็มักจะใช้ค ำน ำหน้ำเรื่องว่ำ “ต ำนำน” ไว้ด้วย เช่น ต ำนำน
วังหน้ำ ต ำนำนพุทธเจดีย์สยำม และต ำนำนเรือรบไทย เป็นต้น
[๔๔]

