Page 56 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 56
กำรใช้ต ำนำนเป็นหลักฐำนประวัติศำสตร์ ถึงแม้ว่ำต ำนำนจะเป็น
เรื่องเล่ำที่น่ำสนใจเพรำะมีรำยละเอียดมำก แต่ต้องใช้ด้วยควำมระมัดระวังและ
ต้องสอบทำนกับเอกสำรหรือหลักฐำนอื่นๆ ด้วย โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งต ำนำนที่
เขียนขึ้นในสมัยโบรำณจะมีควำมคลำดเคลื่อนในเรื่องเวลำมำก เพรำะเล่ำต่อๆ
กันมำนำน อำจมีกำรดัดแปลงโดยผู้เล่ำเอง และอำจจะมีกำรเสริมแต่งโดยผู้
บันทึก นอกจำกนี้ในกำรอธิบำยควำมบำงตอนยังเต็มไปด้วยเรื่องอิทธิฤทธิ์
ปำฏิหำริย์ที่เป็นเรื่องเหลือเชื่อในปัจจุบัน
ด้วยข้อจ ำกัดในเรื่องเวลำและเนื้อหำที่มีเรื่องอิทธิฤทธิ์ปำฏิหำริย์
แทรกอยู่ด้วย นักประวัติศำสตร์ส่วนใหญ่จึงจัดล ำดับควำมน่ำเชื่อถือของ
ต ำนำนไว้เป็นหลักฐำนชั้นรองที่มีควำมน่ำเชื่อถือน้อยกว่ำหลักฐำนประเภท
จำรึกและจดหมำยเหตุ อย่ำงไรก็ตำมนักประวัติศำสตร์บำงท่ำนก็ให้
ควำมส ำคัญกับหลักฐำนประเภทต ำนำนเป็นอย่ำงมำกในกำรศึกษำถึงสภำพ
ของสังคมและวัฒนธรรมของบ้ำนเมืองโบรำณที่ต ำนำนกล่ำวถึงไว้
โดยค้นหำหลักฐำนประเภทอื่นๆ ที่มีควำมสัมพันธ์สอดคล้องกับเรื่องรำวที่
ต ำนำนกล่ำวถึงไว้มำตรวจสอบกัน
พระราชพงศาวดาร เป็นหลักฐำนประวัติศำสตร์ประเภทลำย
ลักษณ์อักษรที่มีควำมส ำคัญมำกในกำรศึกษำประวัติศำสตร์ชำติไทย
สมัยก่อนๆ เนื้อหำในพระรำชพงศำวดำรจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประเทศชำติ
เหตุกำรณ์บ้ำนเมืองกษัตริย์ผู้เป็นประมุขและผู้สืบสันตติวงศ์ลงมำตำมล ำดับ
เอกสำรประเภทนี้ส่วนใหญ่เป็นเอกสำรทำงรำชกำรที่กษัตริย์โปรดให้
นักปรำชญ์ประจ ำรำชส ำนักหรือพระเถระผู้ใหญ่ซึ่งเป็นผู้น ำทำงศำสนำ
ท ำกำรรวบรวมเรื่องรำวต่ำงๆ ที่มีอยู่ในเอกสำรโบรำณส ำคัญที่มีมำก่อน แล้ว
น ำมำประมวลเป็นเรื่องรำวขึ้นโดยอำจจะมีกำรแต่งเรื่องต่อเพิ่มขึ้น ซึ่งเรียกว่ำ
“เรียบเรียงขึ้นหรือแต่งขึ้น” หรืออำจจะน ำเอำหนังสือพระรำชพงศำวดำรที่มีอยู่
แล้วมำตรวจแก้ไขถ้อยค ำหรือแทรกควำมบำงตอนลงไป ซึ่งเรียกว่ำ “ช ำระ”
[๔๕]

