Page 198 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 198
โบราณคดีอินเดีย | 190
การร กรานครั้งที 3
ตอนปลายของศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล เชื้อสายกษัตริย์มีชื่อภาษาอิหร่านว่า ปาห์ลวา
(Pahlavas) มีอํานาจเหนือดินแดนภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดียในช่วงสั้น ๆ หนึ่งในกษัตริย์
เหล่านั้นชื่อกอนโดแฟร์ (Gondophares)
การร กรานครั้งที 4
พวกปาห์ลวา ถูกรุกรานโดยพวกยูห์-ชิห์ ยึดดินแดนบริเวณภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
24
รวมตัวกันภายใต้ราชวงศ์กุษาณะ
ราชวง ก าณะ (The Kusanas)
พวกยูห์-ชิห์ เข้าขับไล่พวกศกะในบริเวณที่ราบ Jaxartes แต่ต่อมาก็ถูกพวกเซียง-หนู
(Hiung-nu หรือฮั่น) ขับไล่เข้าสู่หุบเขาออกซัส และต่อมาตั้งรกรากที่อาฟกานิสถาน
อาณาจักรกุษาณะเจริญสูงสุดในสมัยของพระเจ้ากนิษกะ ซึ่งมีอํานาจปกครองแทบจะ
ทั้งหมดของ ั งตะวันตกของภาคเหนือ (ทางตะวันออกไปถึงลุ่มแม่น้ําคงตา ทางใต้ถึงมัลวา) อย่างน้อย
ที่สุดไปจนถึงพาราณสี และกินอาณาเขตไปถึงเอเชียกลาง พระเจ้ากนิษกะมีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์
พุทธศาสนา ทรงอุปถัมภ์พุทธศาสนาและทําให้พุทธศาสนาเผยแพร่ไปสู่เอเชียกลางและตะวันออกไกล
รวมถึงจีนซึ่งขณะนี้มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด (จากการแต่งงานด้วย) ในช่วงนี้ศิลปะสกุลช่าง
คันธาระแพร่หลายไปทั่วอินเดียและตะวันออกไกล
คัมภีร์พุทธศาสนากล่าวถึงการที่พระเจ้ากนิษกะทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในสถูปที่
เมืองปุรุษปุระ ซึ่งได้กลายเป็นศูนย์กลางศาสนสถานที่สําคัญ มีการสังคายนาพุทธศาสนาซึ่งยังไม่มี
หลักฐานแน่ชัดว่าเป็นที่ใด ระหว่างแคชเมียร์ คันธาระ หรือชลันธร พระเจ้ากนิษกะทรงอุปถัมภ์
นักปราชญ์ทางพุทธศาสนาหลายท่าน เช่น อัศวโ ษ และวสุมิตร พระธรรมทูตถูกส่งไปยังกัษคาร์
(Kashgar) ยูนนาน และจีน แต่ขณะเดียวกันเหรียญของพระเจ้ากนิษกะที่พบมีทั้งภาพพระพุทธเจ้า
พระศิวะ รวมถึงเทพของชาวเปอร์เซีย เช่น Atash (เทพแห่งไฟ) Mithra (สุริยเทพ) และเทพเจ้ากรีก
เช่น Helios (สุริยเทพ) และ Selene (เทพีแห่งดวงจันทร์) แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของ
ศาสนาภายในอาณาจักร
อาณาจักรกุษาณะเริ่มจากการเป็นอาณาจักรในเอเชียกลาง และขยายสู่อาฟกานิสถาน
และตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย มีศูนย์กลางอยู่ที่แบคเตรีย ได้พบหลักฐานว่าบนเหรียญของพระ
เจ้ากนิษกะใช้ภาษาแบคเตรียน (ภาพที่ 5.9) ในอินเดียศูนย์กลางสําคัญทางการเมืองอยู่ที่เมืองปุรุษปุ-
ระ (เปษวาร์) และมถุรา
24 Singh: p.376.

