Page 205 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 205
โบราณคดีอินเดีย | 197
ผู้ที่ครองราชย์ต่อจากจันทรคุปต์ที่ 2 คือโอรสของพระองค์นาม ก ารค ต ที 1 (ประมาณ
ค.ศ. 415-455/ พ.ศ. 958-998) ทรงทําพิธีอัศวเมธ (horse-sacrifice) อันมุ่งแสดงให้เห็นถึงอํานาจของ
พระองค์ แต่ในช่วงปลายรัชสมัย บ้านเมืองก็เริ่มระส่ําระสายจากการรุกรานของพวกหูณะ (Hunas) ซึ่ง
เป็นคนแถบเอเชียกลาง บางครั้งเรียกว่าฮั่นขาว เชื่อว่าเป็นสาขาหนึ่งของกลุ่มเตอร์โก-มองโกล (Turko-
Mongol) ก่อนหน้านี้พวกฮั่นขาวได้เข้าครอบครองแบคเตรียอยู่พักหนึ่งแล้ว จากนั้นจึงได้ข้ามเทือกเขา
และเข้าสู่ที่ราบอินเดีย
หลังจากการสิ้นพระชนม์ของกุมารคุปต์ระหว่างการทําสงครามกับฮั่นขาว ผู้ที่ขึ้น
ครองราชย์ต่อมาคือ กันทะค ต (Skanda Gupta ประมาณ พ.ศ. 997-1010) ผู้ซึ่งได้นําความสงบมาสู่
อาณาจักรอีกครั้งหนึ่ง พระองค์ครองราชย์อยู่ประมาณ 12 ป หลังจากนั้นอํานาจที่ศูนย์กลางอาณาจักรก็
เสื่อมลงแต่กลับไปอยู่ในมือของขุนนาง
ตอนปลายของพุทธศตวรรษที่ 10 เป็นต้นไป อินเดียภาคตะวันตกก็อยู่ภายใต้อํานาจของ
กษัตริย์หูณะ ผู้ที่มีอํานาจคือโตรมาณะและโอรสของพระองค์นามมิหิรกุล (Toramana and
Mihirakula) องค์หลังนี้ถูกบันทึกไว้โดยเหี้ยนจังในราวพุทธศตวรรษที่ 12 ว่าเป็นผู้ทําลายพุทธศาสนา
มิหิรกุลถูกขับไล่ออกจากที่ราบลุ่มแม่น้ําคงคาโดยนารสิงหะคุปตะผู้ซึ่งได้รับฉายาว่า พาลาทิตยะ
33
(Baladitya)
ราว พ.ศ. 1093 จักรวรรดิคุปตะก็สูญสลายโดยสิ้นเชิง เชื้อสายคุปตะอีกสายหนึ่ง (ซึ่งอาจ
ไม่ได้สัมพันธ์กับคุปตะที่ยิ่งใหญ่) ปกครองมคธจนกระทั่งถึงพุทธศตวรรษที่ 13 ทางตอนเหนือของแม่น้ํา
คงคามีอาณาจักรหนึ่งโดดเด่นขึ้นนั่นคือ เ าขรี หร อโ ขรี (Maukharis) มีเมืองสําคัญคือกานยกุพชะ
(Kanyakubja) ปัจจุบันคือกาโนช ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของอินเดียเหนือและเป็นเมืองที่มี
ขนาดใหญ่และเจริญสูงสุดตราบจนกระทั่งการเข้ามาของมุสลิม
ในคุชราต เชื้อสายหนึ่งของราชวงศ์คุปตะ คือ ราชวง ไ ตระกะ (Maitrakas) ขึ้นมามี
อํานาจแต่ก็อยู่ไม่นาน ในเวลาใกล้เคียงกันราชวง ค รชระ (Gurjaras) ก็เริ่มเป็นที่รู้จัก และเป็นราชวงศ์ที่
เข้มแข็งในยุคกลาง การรุกรานของฮั่นทําลายชนเผ่าดั้งเดิมของราชสถาน ในที่สุดผู้มาใหม่ทั้งที่เป็นผู้
รุกรานและชนพื้นเมืองจากแถบภูเขาก็เข้ามาแทนที่ บุคคลกลุ่มนี้เป็นต้นตระกูลของพวกราชปุต
33 Basham : pp.64-69.

