Page 206 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 206
โบราณคดีอินเดีย | 198
ที่สถาณวีศวร (Sthanvisvara) (อยู่ระหว่างแม่นําสัตลัสและยมุนา) ระเจ้า ระ ากร-
วรร นะ (Prabhakaravardhana) แห่งตระกูลปุษยภูติ (Pusyabhuti) มีอํานาจขึ้นมาจากการได้ชัยชนะ
เหนืออินเดียตะวันตกและพวกหูณะที่ยังครองอยู่ที่ปัญจาบ ธิดาของพระองค์สมรสกับครหวรรมัน
(Grahavarman) กษัตริย์ราชวงศ์เมาขรีส แต่ราชวงศ์คุปตะและเมาขรีสเป็นศัตรูกัน และหลังจาก
ประภากรวรรธนะสิ้นพระชนม์ก็เกิดสงครามขึ้น ราชยวรร นะ ผู้ขึ้นครองต่อมารับการสนับสนุนจาก
ราชวงศ์เมาขรีส ในขณะที่คุปตะมีผู้สนับสนุนคือ ศศางกะ (Sasanka) กษัตริย์แห่งเบงกอล ครหวรรมัน
แห่งกานยกุพชะและราชยวรรธนะตายในการรบ ทําให้เกิดการรวมกันของ 2 อาณาจักรภายใต้กษัตริย์
หรรษวรรธนะ หรือหรรษะ โอรสองค์ที่สองของประภากรวรรธนะและเป็นพี่เขยของครหวรรมัน
ระเจ้าหรร ะ ขึ้นครองราชย์ในป ค.ศ. 606 (พ.ศ. 1149) เมื่ออายุได้ 16 ป ในช่วงหลัง
ของรัชกาล “เหี้ยนจัง” บาทหลวงจีนได้มาเยือนอินเดีย หลวงจีนองค์นี้ได้บันทึกเรื่องราวที่มีค่าเกี่ยวกับ
อินเดียไว้ รวมถึงได้เข้าเ าใกล้ชิดพระเจ้าหรรษะด้วย งานเขียนของเหี้ยนจังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์
มากกว่าฟาเหียน
อาณาจักรของพระเจ้าหรรษะขยายออกไปกว้างขวาง ครอบคลุมอินเดียภาคเหนือจาก
แคว้นคุชราตถึงแคว้นเบงกอล ในเดคข่านพระองค์เข้าโจมตีพระเจ้าปุลเกศินที่ 2 กษัตริย์แห่งจาลุกยะแต่
ไม่สามารถเอาชนะได้
เหี้ยนจังเล่าว่าพุทธศาสนาเสื่อมสลายลงในสมัยของพระองค์ และปราก ว่าในช่วงนี้มี
หลักฐานเกี่ยวกับศาสนาฮินดูเป็นจํานวนมาก รวมถึงการปราก ของลัทธิตันตระและพิธีการเผาตัวเอง
ของแม่หม้าย
34
ย คก างในอินเดียเหน อ
หลังรัชกาลพระเจ้าหรรษะ ภาสกรวรรมันแห่งอัสสัมได้ขยายอํานาจมาทางตะวันตกและ
เข้าครอบครองบางส่วนของแคว้นมคธ ราชวงศ์คุปตะกลับขึ้นมามีอํานาจ ระเจ้าอาทิตยเ นะค ตะ
เป็นกษัตริย์ที่สําคัญในช่วงครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ 12 และเป็นกษัตริย์อินเดียองค์สุดท้ายที่ประกอบ
พิธีอัศวเมธ ช่วงต้นของพุทธศตวรรษที่ 13 พระเจ้ายโศวรรมันสถาปนาอาณาจักรที่กานยกุพชะ และ
สามารถควบคุมดินแดนส่วนใหญ่ของอินเดียเหนือ หลังจากนั้นราว 200 ป สองราชวงศ์ใหญ่คือ
ราชวง า ะ ห่ง ิหาร ะเบงกอ และราชวง ค รชระ- ระติหาระ ห่งกานยะก ชะ ได้แบ่ง
อํานาจในการครอบครองอินเดียเหนือ
34 Basham : p.71.

