Page 118 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 118

110






                     ในปÖค.ศ. 546 โดยคำเชิญของจักรพรรดิ Wu-ti แห1งราชวงศLเหลียง (ค.ศ. 502-557 นอกจากท1านจะได/

                     แปลคัมภีรLพุทธศาสนาจำนวนมากแล/ว ท1านยังได/รจนาคัมภีรLด/วยตัวท1านเองด/วย

                            โพธิธรรม หรือ ธรรมโพธิ (Bodhidharma or Dharmabodhi) เข/ามาในจีนในปÖ ค.ศ. 526
                     ในสมัยราชวงศLเหลียง) เป`นผู/นำนิกายฌาน (Chan) หรือธยาน (Dhyana) (นิกายเซน) และคัมภีรL

                     “ลังกาวตารสูตร” เข/ามาในประเทศจีน (Hsiang-Kuang, 1956: 93)

                            ในสมัยราชวงศAถัง (T’ang dynasty (619-907) ซึ่งตรงกับสมัยของพระเจ/าหรรษะ ขณะนั้น
                     นาลันทามหาวิหาร ซึ่งตั้งขึ้นโดยกษัตริยLราชวงศLคุปตะ คือ กุมารคุปตะ (ค.ศ. 415-455) ใน

                     คริสตศตวรรษที่ 5 มีชื่อเสียงมาก ทั้งในอินเดียและโลกแห1งพุทธศาสนา
                            ภิกษุโพธิรุจิ (Bodhiruci) (เดิมชื่อ ธรรมรุจิ) จากอินเดียใต/เดินทางโดยเรือมายังประเทศจีนใน

                     ปÖค.ศ. 693 ได/แปลคัมภีรLรัตนกูฏสูตร (Ratnakuta Sutra) ต1อจากยวนฉ1างซึ่งเป`นผู/นำต/นฉบับมาจาก

                     อินเดีย
                            วัชรโพธิ  (Vajrabodhi) ค.ศ. 720 ได/นำคัมภีรLมหาปรัชญาปารมิตาสูตร

                     (Mahaprajnaparamita sutra) รวมทั้งนิกายพุทธตันตระเข/ามาในประเทศจีน ศิษยLที่สำคัญ คือ
                     อโมฆวัชระ (Amoghavajra) เป`นผู/เผยแผ1คำสอนแบบตันตระต1อมา รวมทั้งแปลคัมภีรLราว 77 เล1ม

                     ส1วนใหญ1เกี่ยวกับตันตระและธารณี (Singhal, 1984: 69) (กษัตริยLราชวงศLถังบางองคLเลื่อมใสในตันตระ)


                            นักปราชญAและภิกษุจีนที่สำคัญ

                            เตาอัน (Tao-an) (ค.ศ. 312-385) เกิดในตระกูลเหว1ย (Wei) ทางภาคเหนือของจีน บวชใน

                     พุทธศาสนาตั้งแต1เด็ก แปลและตรวจสอบคัมภีรLในพุทธศาสนาที่แปลมาแล/วรวมถึงรจนาอรรถกถา เป`นผู/
                     ประสานความสัมพันธLระหว1างนักปราชญLจีนและอินเดียโดยการเชิญนักบวชและนักปราชญLทางพุทธ

                     ศาสนาชาวอินเดียมาจากเอเชียกลาง เป`นผู/แนะนำให/เชิญกุมารชีพมายังจีน รวมถึงกระตุ/นให/ภิกษุจีน
                     เดินทางไปอินเดีย นั่นคือการเดินทางไปอินเดียของฟาเหียนในปÖ ค.ศ. 399 โดยส1วนตัว เตา-อัน นับถือ

                     และศรัทธาในพระพุทธเจ/าเมตไตรยะเป`นพิเศษ และตั้งปณิธานที่จะไปเกิดในสวรรคLชั้นดุสิตเพื่อที่จะได/

                     พบพระองคL (Hsiang-Kuang, 1956: 41)
                            ฮุยหยวน (Hui-yuan) (ค.ศ. 344-416) ลูกศิษยLของเตาอัน เป`นผู/ตั้งสำนักลู1ชาน (Lu-shan)

                     หรือ สมาคมบัวขาว (White Lotus Society) แห1งนิกายพระอมิตาภะขึ้น อันเป`นต/นกำเนิดของนิกาย
                     Ching tu ซึ่งแพร1หลายอยู1ในอเชียตะวันออก ฮุยหยวนได/มีโอกาสศึกษาธรรมะในพุทธศาสนากับกุมาร

                     ชีพที่ได/เดินทางจากเอเชียกลางเข/ามาในจีนเมื่อปÖ ค.ศ. 401 แต1แม/ว1าท1านจะเป`นผู/เชี่ยวชาญในภาษา

                     สันสกฤต แต1ท1านก็ไม1ได/แปลคัมภีรLภาษาสันสกฤตเป`นภาษาจีนเลย เพียงแต1ได/เขียนอรรถกถาของบาง
                     คัมภีรL นอกจากนี้ท1านเป`นผู/เสนอแนะให/มีการแปลพระวินัยของนิกายสรรวาสติวาทเป`นภาษาจีน

                     (Hsiang-Kuang, 1956: 47)
   113   114   115   116   117   118   119   120   121   122   123