Page 274 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 274
266
Tattvasamgraha Tantra – Tattvasamgraha – tattva + samgraha (sam = origin) graha =
seizing) เขียนขึ้นในคริสตศตวรรษที่ 8 โดย Santaraksita)
ในสมัยพระเจRาชัยวรมันที่ 7 คติความเชื่อเกี่ยวกับพระพุทธเจ7าแพทยE – ไภษัชยคุรุ โดดเด<น
มาก โดยพระราชภารกิจสำคัญอย<างหนึ่งของพระเจ7าชัยวรมันที่ 7 คือ การสร7างอาโรคยศาลา ซึ่งมีผู7ได7
ทำการศึกษาว<าสาเหตุจูงใจของกษัตริยEพระองคEนี้ในการสร7างโรงพยาบาลไปทั่วราชอาณาจักรของ
พระองคEก็เนื่องมาจากทรงยึดแนวทาง “ธรรมราชา” แบบพระเจ7าอโศกมหาราช แต<ผู7ศึกษาวิจัยนี้
มีความเห็นว<า นอกเหนือจากเหตุผลดังกล<าวแล7ว น<าจะมาจากความเจริญรุ<งเรืองของวัชรยานตันตระที่มี
อยู<ในราชอาณาจักรกัมพูชาที่มีมาตั้งแต<ก<อนหน7านี้ จนกระทั่งถึงสมัยของพระเจ7าชัยวรมันที่ 7
นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็น<าจะมาจากความแพรMหลายของคัมภีร/ “ไภษัชยคุรุ” ที่มีอยู< ณ ที่นั้นใน
ช<วงเวลาดังกล<าวด7วย เนื่องจากเมื่อได7ทำการศึกษาลักษณะรูปเคารพและประติมานวิทยาของรูปเคารพ
ที่พบจากอาโรคยศาลาแล7ว สันนิษฐานว<า คัมภีร/ดังกลMาวเปWนที่รูRจักกันเปWนอยMางดีในเขมรขณะนั้น
คัมภีร/ไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา นั้น แม7ว<าจะไม<มีร<องรอยหลักฐานลายลักษณEอักษรที่ชัดเจนว<า
มีการนำเข7ามาในเขมรตั้งแต<เมื่อใด แต<ก็มีหลักฐานที่น<าเชื่อได7ว<าในสมัยพระเจ7าชัยวรมันที่ 7 ราชสำนัก
เขมรรู7จักคัมภีรE “ไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาสูตร” นี้เปQนอย<างดี ทั้งจากพระนามเต็มของพระองคEรวมถึง
พระโพธิสัตวEบริวาร 2 พระองคE ที่ปรากฎอยู<ในจารึก (K.293 24A จากปราสาทหน7าบุคคลหมายเลข 21
ที่บายน) ตรงตามที่ปรากฎในคัมภีรEไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาสูตร นอกจากนี้จากการศึกษารูปเคารพ
ตMาง ๆ ที่พบในอาโรคยศาลา โดยเฉพาะอยMางยิ่งพระวัชรปาณีทรงครุฑ อันเปQนเทพที่มีการกล<าวถึงใน
คัมภีรEดังกล<าว (ดูรายละเอียดในส<วนที่เกี่ยวกับคัมภีรE และในบทไภษัชยคุรุในเอเชียตะวันออกเฉียงใต7
ซึ่งได7มีการวิเคราะหEถึงที่มาของรูปเคารพวัชรปาณีทรงครุฑที่พบในอาโรคยศาลา) (วัชรปาณี - ผู7คุ7มครอง
ศาสนาของพระศากยมุนี, วัชรปาณีที่สัมพันธEกับธยานิพุทธอักโษภยะ ประจำทิศตะวันออก, วัชรปาณีกับ
ปณิธานและธารณีมนตรEที่ประทานมนตรEแก<สรรพสัตวE เพื่อพิทักษEปกป¶อง)
ประเด็นสำคัญที่น<าสนใจสำหรับการนับถือพระไภษัชยคุรุในเขมร ก็คือ ที่มาของแนวคิดดังกล<าว
ที่มีอยู<ในเขมรนั้นมาจากไหน ? เนื่องจากกัมพูชาเปQนประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต7ที่แนวคิดนี้
เปQนที่แพร<หลายอย<างโดดเด<น (แม7ในช<วงรัชสมัยเดียวก็ตาม) ไม<ปรากฎร<องรอยแนวคิดนี้แพร<หลายใน
อินเดีย (หรืออาจไม<เปQนที่นิยมและสูญหายไปแล7ว) แต<พบแพร<หลายในจีน (และเอเชียตะวันออก)
เนปาล ธิเบต รวมถึงไม<พบความนิยมในชวา สุมาตรา ซึ่งเชื่อกันว<าเปQนดินแดนสำคัญที่เขมรได7รับ
วัชรยานตันตระมา ดังนั้นในที่นี้จะลองพิจารณาถึงความเปQนไปได7ของแหล<งที่มาของแนวคิดดังกล<าวที่
แพร<เข7ามาสู<เขมร
จากเนปาลสูMเขมร ?
จากแนวคิดของ BP.Groslier และ Filliozat ที่กล<าวว<าพระพักตรEที่บายนมีความคล7ายคลึงกับ
ดวงตาของพระอาทิพุทธที่ปรากฎบนหรรมิกะของสวยัมภูเจดียEที่กาฎมัณฑุ ประเทศเนปาล อาจนำไปสู<

