Page 351 - วัชรยานยันตระ
P. 351
ศักติในดินแดนคันธาระนี้ด้วย แต่หากพิจารณาจากหลักฐานทางโบราณคดีที่
สัมพันธ์กับนิกายตันตระดูจะไม่สอดคล้องกันนัก แต่แนวคิดที่ว่าภาค
ตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดียเป็นจุดก าเนิดของแนวคิดแบบตันตระอาจมี
ความเป็นไปได้ด้วยเหตุที่ในช่วงต้นแนวคิดแบบตันตระยังมีการสั่งสอนกัน
อย่างลับๆ ด้วยวาจาระหว่างอาจารย์กับศิษย์ ยังไม่เป็นที่เปิดเผยจึงยังไม่
ปรากฏหลักฐานทางโบราณคดี
ในช่วงเวลาต่อมาจึงย้ายศูนย์กลางหรือไปแพร่หลาย และ/หรือเป็น
ที่นิยมทางภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย (ซึ่งชื่อ
อุททิยานะอาจไปปรากฏอีกครั้งหนึ่ง) สอดคล้องกับหลักฐานโบราณคดีที่
เกี่ยวเนื่องกับตันตระที่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแถบ
แคว้นพิหารและเบงกอล เช่นเดียวกับที่หลักฐานโบราณคดีที่ปรากฏใน
ดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตามที่ได้ศึกษามาก็แสดงให้เห็นว่า อิทธิพล
ของวัชรยานตันตระในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ น่าจะมาจากทางภาค
ตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ทั้งจากแถบพิหารและ
เบงกอล ซึ่งมีศูนย์กลางส าคัญ คือ ไมนามตีและปหรรปุระ
โอริสสา ก็เป็นอีกแหล่งหนึ่งที่มีบทบาทส าคัญในการแพร่กระจาย
พุทธศาสนาไปยังดินแดนอื่นๆ เช่น ศรีลังกา อินโดนีเซีย และจีน คัมภีร์
ทาถาวงศ์ (Dathavamsa) ของศรีลังกา บันทึกเรื่องราวของเจ้าหญิง
เหมมาลาแห่งกลิงคะได้เดินทางมาพร้อมกับพระสวามี และน าพระทันตธาตุ
ของพระพุทธองค์จากกลิงคะมายังสิงหล
เช่นเดียวกับการติดต่อทางเรือระหว่างกลิงคะกับดินแดนเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ น ามาซึ่งการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังอินโดนีเซีย
มีเรื่องเล่าของชวากล่าวว่า กษัตริย์กลิง(คะ) ได้ส่งผู้คน (จากกลิงคะ) จ านวน
มากมายังชวา นอกจากนี้ในจารึกหลายหลักของชวายังปรากฏชื่อ “กลิงคะ”
พระพุทธรูปและรูปเคารพของพระโพธิสัตว์ที่บุโรพุทโธ มีลักษณะคล้ายคลึง
กับรูปเคารพที่รัตนคิรีแห่งโอริสสา
341

