Page 352 - วัชรยานยันตระ
P. 352
นอกจากนี้โอริสสายังมีความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับจีน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพุทธตันตระนั้นถูกน าไปจีนโดยภิกษุชาวโอริสสา จาก
ข้อมูลของจีนเปิดเผยว่า กษัตริย์แห่งอุททิยานะ (โอริสสา) นาม “ศุภกร
สิงหะ” (Subhakara Simha) ผู้มีความรู้ในพุทธตันตระ ได้เดินทางไปจีน
(บางแห่งกล่าวว่าส่งสมณทูตไป) ในพ.ศ. 1259 คัมภีร์หนึ่งที่ทรงน าไปจีน คือ
“มหาไวโรจนะภิสัมโพธิ” ซึ่งพระองค์ได้แปลเป็นภาษาจีนในพ.ศ.1268
เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความส าคัญของโอริสสาในฐานะศูนย์กลางการ
แพร่กระจายพุทธศาสนามหายานตันตระไปยังดินแดนอื่นทั้งในเอเชียและ
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
8.2 วัชรยานตันตระในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จากการศึกษาหลักฐานโบราณคดีในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียง
ใต้พบว่า ร่องรอยของวัชรยานตันตระอาจมีอยู่ในดินแดนนี้ตั้งแต่พุทธ
ศตวรรษที่ 12 โดยลักษณะปรากฎของวัชรยานตันตระในแต่ละประเทศใน
ดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีลักษณะแตกต่างกันไป แม้จะมีหลักการ
ั
ส าคัญของนิกายเหมือนกัน ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับปจจัยหลายประการ เช่น
พื้นฐานความเชื่อเดิมของแต่ละประเทศที่ต่างกันอาจท าให้ความเข้มข้นและ
รูปแบบตันตระแตกต่างกัน บางประเทศอาจได้รับจากอินเดียโดยตรง บาง
ประเทศอาจได้รับมาจากประเทศใดประเทศหนึ่งในดินแดนเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้อีกทอดหนึ่งจึงท าให้ความเข้มข้นลดลง แต่สิ่งที่น่าสังเกตประการ
หนึ่งก็คือ รูปแบบตันตระที่ปรากฏในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ไม่ค่อยปรากฏหรือไม่นิยมการสร้างประติมากรรม (หรือจิตรกรรม) ใน
ลักษณะยับ - ยุม
ในราวพุทธศตวรรษที่ 17 เมื่อมุสลิมรุกรานอินเดีย สงฆ์และชุมชน
ชาวพุทธแถบรัฐพิหารและเบงกอลที่มีศูนย์กลางอยู่ที่วิกรมศิลาและโอทันต
ปุระ (ซึ่งขณะนั้นเป็นของนิกายวัชรยานตันตระ) ต้องกระจัดกระจายหลบหนี
342

