Page 354 - วัชรยานยันตระ
P. 354
ซึ่งจากดินแดนคาบสมุทรและหมู่เกาะ (ในศรีวิชัย) พุทธศาสนาแนวใหม่นี้ก็
ยังแพร่หลายเข้าสู่ดินแดนผืนแผ่นดินใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
(กัมพูชาและจามปา) ด้วย ดังปรากฎหลักฐานจากบันทึกการเดินทางและ
หลักฐานโบราณคดี เช่น จารึก โบราณวัตถุ-สถาน และคัมภีร์ทางศาสนา
จากบันทึกของตารนาถะ ตันตระซึ่งเกิดขึ้นในเบงกอลและพิหารใน
สมัยราชวงศ์ปาละ ได้เข้ามาสู่ชวา พุทธมหายานตันตระนี้ มีอิทธิพลต่อชีวิต
ความเป็นอยู่ของผู้คนในชวาและสุมาตรา และสัมพันธ์กับพุทธสถานที่ส าคัญ
ของชวา คือ บุโรพุทโธ และภายใต้ราชวงศ์ไศเลนทร์นี้ที่ท าให้ศิลปะอินโด-
ชวาเจริญสูงสุด
พระพุทธศาสนาที่เจริญอยู่ในอินโดนีเซียในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13
- 14 ซึ่งเป็นช่วงที่พุทธสถานบุโรพุทโธถูกสร้างขึ้นนั้น เป็นพุทธศาสนาใน
นิกายวัชรยานสกุลตันตระซึ่งมีแนวคิดทฤษฎีที่เปลี่ยนไปจากพุทธศาสนา
้
นิกายเดิม ตอนปลายพุทธศตวรรษที่ 14 วัชรยาน หรือยานแห่งสายฟา ซึ่งมี
หลักการในการน าไปสู่การหลุดพ้นโดยเร็วด้วยวิธีการแบบตันตระ ได้
กลายเป็นที่นิยมในชวาภาคกลางและในสุมาตรา แนวคิดในการสร้างพุทธ
สถานบุโรพุทโธ (รวมถึงการปรากฏระบบพุทธเทพและเทพี เช่นพระอาทิ
พุทธ และพระธยานิพุทธ) แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงแนวคิดตันตระ
กัมพูชา อาจกล่าวได้ว่า กัมพูชาเป็นดินแดนที่ปรากฎร่องรอยของ
วัชรยานตันตระที่โดดเด่นประเทศหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จาก
การศึกษาทางประวัติศาสตร์จะเห็นได้ว่า กัมพูชาน่าจะได้รับแนวคิดพุทธ
ศาสนามหายานตันตระอย่างเป็นระบบมาจากชวา แม้ว่าอาจมีแนวคิดดั้งเดิม
อยู่บ้างแล้วก่อนหน้านั้นแล้ว ในสมัยเมืองพระนครหลังการเสด็จกลับมาจาก
ชวาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 (พ.ศ. 1345-1393) ได้เริ่มปรากฏร่องรอยของ
พุทธศาสนารูปแบบใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อความที่ปรากฏในจารึก ซึ่งท า
ให้นักวิชาการตีความว่าอาจเป็นแนวคิดแบบตันตระที่ชาวเขมรในกัมพูชา
ได้รับถ่ายทอดมาจากชวา ซึ่งในขณะนั้นพระพุทธศาสนามหายานตันตระ
344

