Page 355 - วัชรยานยันตระ
P. 355
ก าลังเฟื่องฟูอยู่ในอาณาจักรศรีวิชัย เช่นข้อความที่ปรากฏในศิลาจารึก
สด๊กก๊อกธม 2 (พบในประเทศไทย)
ต่อมา จารึกจากปราสาทบัตชุม ซึ่งสร้างขึ้นในพ.ศ. 1496 โดย
“กวินทราริมัทนะ” (Kavindrarimathana) สถาปนิกและแม่ทัพผู้นับถือ
พระพุทธศาสนา ภายใต้การอุปถัมภ์ของพระเจ้าราเชนทรวรรมัน (พ.ศ.
1487-1511) ก็แสดงแนวคิดแบบตันตระ ในรัชกาลของพระเจ้าชัยวรรมันที่ 5
(พ.ศ. 1511-1543) เช่น จารึกภาษาสันสกฤตจากวัดศรีสิธร K.111) หรือสิธร
(Sithor) ในจังหวัดก าปงจาม ศักราชระบุ พ.ศ. 1511 แสดงร่องรอยของ
พุทธศาสนานิกายโยคาจาร และจารึกถมอพวก (K.225) จากจังหวัด
ศรีโสภณ ระบุมหาศักราชซึ่งตรงกับ พ.ศ. 1511 เป็นต้น
หลักฐานโบราณคดีแสดงให้เห็นค่อนข้างชัดเจนถึงร่องรอยของ
วัชรยานตันตระอีกครั้ง ในรัชกาลพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 (พ.ศ. 1553-1593)
เช่น พุทธสถานและจารึกที่ปราสาทหินพิมาย จนกระทั่งในสมัยของพระเจ้า
ชัยวรมันที่ 7 ที่หลักฐานในการนับถือพุทธศาสนามหายานและมหายาน
ตันตระปรากฏอย่างชัดเจน โดยนักวิชาการตั้งข้อสังเกตว่า พุทธศาสนา
มหายานแบบวัชรยานตันตระในกัมพูชาในช่วงหลังนี้ บางส่วนอาจได้รับมา
จากสงฆ์ชาวอินเดีย (วัชราจารย์) จากรัฐพิหาร - เบงกอลที่ลี้ภัยจากพวก
มุสลิมที่เข้ามาในอินเดีย ซึ่งกัมพูชาในขณะนั้นก็มีพื้นฐานการนับถือ
พระพุทธศาสนามหายาน (ตันตระ) อยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์กลาง
ส าคัญของวัชรยานตันตระที่พิมาย ซึ่งเคยเป็นที่มั่นส าคัญของราชวงศ์มหิธร
ปุระ (ที่สัมพันธ์กับพระเจ้าชัยวรมันที่ 7)
จากหลักฐานโบราณคดีตามที่ได้ยกตัวอย่างมาพอเป็นสังเขป
แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า พุทธศาสนาวัชรยานตันตระ รุ่งเรืองอยู่ใน
กัมพูชาเป็นช่วงๆ ไม่ได้ด าเนินอยู่อย่างต่อเนื่องโดยตลอด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ
ั
ปจจัยหลัก คือ เป็นไปตามพระราชนิยมของกษัตริย์ ซึ่งส่วนใหญ่นับถือ
345

